การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

3 กลยุทธ์สำหรับการเทรดตามปฏิทินเศรษฐกิจ

เทรดให้เก่งขึ้นด้วยการใช้ปฏิทินเศรษฐกิจ


ปฏิทินเศรษฐกิจคือเครื่องมือสุดวิเศษที่จะช่วยทำความเข้าใจว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นในตลาด แต่เราจะใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้เพื่อทำกำไรจากการเทรดให้มากขึ้นได้อย่างไร? ต่อไปนี้คือ 3 กลยุทธ์หลักที่คุณสามารถใช้งานเพื่อทำธุรกรรมอย่างทำกำไรโดยใช้ปฏิทินเศรษฐกิจ

นักเทรดส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าข่าวเศรษฐกิจล้วนส่งผลต่อตลาดซื้อขายเกือบทุกประเภทในทางใดก็ทางหนึ่ง การใช้สถิติที่ประกาศโดยแหล่งข้อมูลที่หลากหลายจากทั้งรัฐบาลและภาคเอกชนว่าด้วยสภาวะเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือเศรษฐกิจโลกนั้นจะช่วยให้นักเทรดสามารถทำการตัดสินใจที่ผ่านการกลั่นกรองได้อย่างดี

อย่างไรก็ตาม นักเทรดหลายคนไม่แน่ใจว่าจะสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ของตนในการทำกำไรให้ดีขึ้นในการเทรดได้อย่างไร หากคุณยังไม่คุ้นเคยกับปฏิทินเศรษฐกิจหรือหน้าที่การทำงานของปฏิทิน โปรดศึกษาคู่มือโดยละเอียดของเรา โชคดีที่ลูกค้า Olymp Trade ได้รับการเข้าถึงปฏิทินเศรษฐกิจที่สามารถปรับแต่งได้ฟรี

กลยุทธ์ 3 วิธีที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลในการใช้ปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อทำรายได้ มีดังนี้

 

เทรดตลาดสภาพคล่องสูงโดยปราศจากอคติ

ตลาดที่มีสภาพคล่องสูงสุดคือตลาดที่มีการซื้อขายเป็นปริมาณมากที่สุดและบ่อยครั้งมากที่สุด ตัวอย่างได้แก่ ดัชนีหลักเช่น  Dow Jones, NASDAQ, S&P 500 รวมถึงคู่สกุลเงินหลักอย่าง EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, USD/CAD, AUD/USD และ USD/CHF เป็นต้น

คุณจะสังเกตได้ว่าตลาดทั้งหมดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เหตุผลก็คือเงินดอลลาร์สหรัฐเป็น “สกุลเงินสำรอง” ของประเทศเกือบทั่วโลก สหรัฐฯ เองก็เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น

หลักการสำคัญก็คือโดยทั่วไปตลาดเหล่านี้มีค่าสเปรดที่แคบที่สุด เมื่อมีการประกาศข่าวหรือรายงานที่ส่งผลต่อตลาดเหล่านี้ จะมีการตอบสนองต่อตลาดมากกว่าซึ่งให้โอกาสมากขึ้นในการทำกำไรจากท่าทีตอบสนองต่างๆ

การประกาศสถิติสำคัญอย่างอัตราว่างงานสหรัฐฯ ค่า GDP ผลการตัดสินใจธนาคารเฟดสหรัฐฯ (ธนาคารกลาง) สงคราม ภัยพิบัติ ฯลฯ ล้วนส่งผลต่อตลาดเหล่านี้เป็นอย่างมากทำให้ราคาผันผวนมากกว่าช่วงมาตรฐาน

เทรนด์ล่าสุดมักเริ่มต้นขึ้นในช่วงที่มีการประกาศข่าวบนปฏิทินเศรษฐกิจ แม้ว่าเทรนด์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม นักเทรดจึงใช้โอกาสนี้ขึ้นรถไฟร่วมขบวนไปกับเทรนด์ใหม่และลงรถไฟพร้อมกำไรในช่วงเวลาสั้นๆ

สิ่งสำคัญก็คือการคอยอัปเดตข่าวสถิติเศรษฐกิตใหม่ๆ และข่าวเรื่องราวต่างๆ ที่คุณพร้อมจะวิ่งตามเสมอเมื่อเวลาและโอกาสมาถึง

 

คร่อมตลาด

กลยุทธ์คร่อมตลาด (Straddle) เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ไม่กำหนดทิศทางที่ช่วยให้นักเทรดสามารถกำหนดตำแหน่งในตลาดล่วงหน้าจากสถิติที่จะมีการประกาศบนปฏิทินเศรษฐกิจได้

ในสถานการณ์เช่นนี้ นักเทรดดูวันและเวลาที่จะมีการประกาศสถิติและจากนั้นให้ศึกษากราฟของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดกรอบเวลาซื้อขายทั่วไป ยิ่งใกล้เวลาประกาศข่าวนั้นมากเท่าใด ช่วงราคาที่ทำนายจะยิ่งแม่นยำขึ้นมากเท่านั้น

ลองมาทบทวนตัวอย่างสมมติของวิธีนี้กัน ในกรณีที่ธนาคารเฟดสหรัฐฯ จะมีการประกาศผลการตัดสินใจว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ คนส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าธนาคารฯ น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่บางคนยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับเหตุผลที่รองรับการตัดสินใจดังกล่าว

เราไม่รู้แน่ชัดว่าพวกเขาจะตัดสินใจอย่างไรและตลาดจะตอบสนองในรูปแบบไหน ดังนั้น เราจะดูว่าตลาดไหนจะได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจนั้น ซึ่งจะเป็นคู่สกุลเงิน USD ดัชนีหลักทรัพย์สหรัฐฯ ฯลฯ

ตัวอย่างเช่น เมื่อดูค่าเฉลี่ยดัชนีดาวน์โจนส์อุตสาหกรรม เราจะเห็นว่าเราควรจะ “คร่อม” ตลาดอย่างไร ในกราฟกรอบเวลา 15 นาที เส้น EMA ที่ช่วงเวลา 10 จะอยู่ที่ช่วง 27932 และ 27940

ด้วยราคา ณ ปัจจุบันที่ 27936.5 และข่าวของเราที่จะมีการประกาศ เราจะตั้งเป้าหมายระยะสั้นของเราที่เส้นสีเขียว (27932 และ 27940) เรากำหนดตำแหน่งซื้อที่กรอบด้านบน (27940) และตำแหน่งขายที่กรอบด้านล่าง (27932) และตั้งจุด Stop Loss ที่ 5% ของตำแหน่งเทรดฟอเร็กซ์

หากราคาขยับไปในทางใดหรือทางหนึ่ง เราจะมีตำแหน่งให้เปิดเล่นในแต่ละทางขึ้นอยู่กับว่าตำแหน่งการเคลื่อนที่จะติดในทิศทางใดหลังการประกาศข่าว ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด จะมีตำแหน่งเข้าตลาดเพียงหนึ่งตำแหน่งที่เปิดขึ้นและเราสามารถยกเลิกอีกตำแหน่ง แต่ก็ไม่ควรยกเลิกเร็วเกินไป

นอกจากนี้ เรายังสามารถกำหนดช่วงคร่อมตลาดในระยะยาวที่อยู่ห่างออกจากราคาปัจจุบัน เพียงขยายช่วงราคาออกไปอีก 4-6 จุดและเปิดตำแหน่งเพิ่มเติม ด้วยวิธีการนี้ คุณจะสามารถวางจุดเข้าตำแหน่งเป็นชั้นเพื่อทำกำไรสูงสุด ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการขาดทุนใดๆ จากการกลับตัวอย่างฉับพลันของเทรนด์

นี่คือตัวอย่างของการวางชั้นตำแหน่งเข้าเทรดจากกราฟเดียวกัน ซึ่งเราเพิ่มตำแหน่งเข้าตลาดขยายเป็น 8 และ 12 จากระดับเดิม หลังจากที่ตลาดเคลื่อนที่ ตำแหน่งของคุณจะถูกเปิดขึ้นและที่เหลือก็เพียงตัดสินใจว่าคุณต้องการจะออกตำแหน่งเมื่อใด

บ่อยครั้งที่การพยายามคร่อมตลาดตามเวลาจริงหลังการประกาศข่าวมักทำให้เราพลาดจุดเข้าตำแหน่งดีๆ รวมถึงยังส่งผลกับอารมณ์ของเราในช่วงเวลาที่สำคัญจึงเป็นช่วงเวลาที่ไม่แนะนำ

ด้วยเทคนิคคร่อมตลาดนี้ คุณจะได้รับผลลัพธ์หนึ่งในสี่ผลลัพธ์ดังนี้

  1. ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะว่าข่าวนั้น ๆ ไม่ได้มีอิทธิพลต่อตลาด
  2. ความผันผวนเล็กน้อยกระตุ้นให้ตำแหน่งทั้งสองของคุณเปิดขึ้นโดยไม่มีการเคลื่อนที่ที่ชัดเจนใดๆ หมายความว่า ไม่มีการเคลื่อนที่สำคัญและไม่มีกำไรสูงเช่นกัน แต่มีการขาดทุนเพียงเล็กน้อยตามจุด Stop Loss ที่คุณกำหนด
  3. เทรนด์บวกในหนึ่งทิศทางหลังจากตำแหน่งเปิดขึ้นทั้งสองทิศทาง ซึ่งในกรณีนี้ กำไรของคุณจะสูงกว่าตำแหน่ง Stop Loss ในอีกทิศทางอยู่มาก
  4. เทรนด์บวกในหนึ่งทิศทางหลังจากตำแหน่งเปิดขึ้นเพียงด้านเดียวของเทคนิค Straddle ซึ่งในกรณีนี้ คุณจะได้รับกำไรสูงจากตำแหน่งที่เปิดขึ้น

หลังจากการฝึกฝนและประสบการณ์ในตลาดที่คุณเลือก คุณจะสามารถเริ่มทำเงินได้จากข่าวเศรษฐกิจไม่ว่าข่าวนั้นจะเป็นข่าวอะไรก็ตาม

 

อคติตามทิศทาง

กลยุทธ์สุดท้ายนี้เกิดขึ้นจากรายงาน “ที่เห็นพ้องกัน” ว่าจะเกิดขึ้นของชุดสถิติเศรษฐกิจหรือข่าวที่จะมีการประกาศ ฉันทามตินี้มักจะไม่แม่นยำและบางครั้งก็ผิดจากความจริงไปอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม หลายคนก็เทรดตามข่าวลำเอียงเหล่านี้เป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ก่อนการประกาศข่าวเศรษฐกิจ

ในวิธีนี้ การประกาศข่าวที่แท้จริงอาจส่งผลกระทบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่อตลาด แม้ว่าจะชชผลลัพธ์จะออกมาตรงตามฉันทามติ 100% นี่เป็นผลมาจากผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดได้เดิมพันไปแล้วกับฉันทามติดังกล่าวและราคาก็ได้มีการปรับตัวตามข่าวดังกล่าวแล้วนั้น

ดังนั้น เมื่อมีการประกาศข่าว ตลาดอาจขยับในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์กันไว้ เนื่องจากผู้เล่นรายใหญ่กวาดรับกำไรไปกับตำแหน่งตั้งแต่เนิ่นๆ นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของวลี “ซื้อข่าวลือ และขายข่าวจริง”

สถานการณ์เช่นนี้มีสองวิธีที่ในการรับมือ วิธีการแรกคือการพยายามที่จะกระโดดขึ้นรถก่อนการประกาศสถิติเศรษฐกิจที่มีรายงานเห็นพ้องกัน หลายครั้งคุณจะสามารถเปิดตำแหน่งที่ดีตามคำทำนายที่ให้ไว้ล่วงหน้า และจากนั้นก็ขายหลังจากสถิติได้มีการประกาศออกมา

ทางเลือกที่สองคือการรอและหวังว่าคำทำนายดังกล่าวผิดพลาด ซึ่งในกรณีนี้คุณสามารถเปิดตำแหน่งให้เข้ากันตามรายงานจริง

วิธีการนำไปปฏิบัติมีดังนี้:

สมมติว่านักวิเคราะห์มีฉันทามติเห็นพ้องกันว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ จะตกลงมาต่ำกว่า 95 (ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้โดยเห็นพ้องกันกว่า 94.9) คุณเชื่อว่าตัวเลขดัชนีจะสูงกว่า 95 แต่ตัดสินใจที่จะรอจนกว่ารายงานจริงจะประกาศออกมา

ในกราฟข้างบนนี้ ลูกศรสีแดงที่ 1 แสดงให้เห็นว่าตลาดตอบสนองต่อความเห็นที่พ้องกันว่ารายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคใหม่จะออกมาต่ำกว่า ส่วนลูกศรที่ 2 แสดงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อรายงานตัวเลขจริงปรากฏออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์

หลังจากการประกาศรายงานดังกล่าวซึ่งมีตัวเลขสูงกว่าตัวเลขที่เห็นพ้องกัน (ประมาณ 95.5) คุณเข้าตำแหน่ง “ซื้อ” กับดัชนีหลักทรัพย์ หุ้น หรือตลาดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและรับเงินจากนักเทรดที่เข้าเกมไม่ทัน รวมถึงเหล่าผู้เล่นรายใหญ่ที่ทิ้งตำแหน่งหลังจากฉันทามติที่ไม่ถูกต้อง

หากตัวเลขที่รายงานออกมาแย่กว่า 94.9 ที่คาดการณ์ไว้ คุณก็สามารถเลือกเทรดตำแหน่ง “ขาย” ซึ่งราคาจะขยับลงเพราะได้รับแรงช่วยเหลือจากผู้เล่นรายใหญ่ที่พยายามจะเก็งกำไรให้มากขึ้นจากที่ได้วางไว้อยู่แล้ว

ในทุกสถานการณ์ คุณจะต้องคำนึงถึงทั้งวันที่มีการประกาศข่าวเศรษฐกิจ รายงานที่เห็นพ้องกันว่าตัวเลขของการประกาศข่าวจะเป็นไปในทิศทางไหน และการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือเมื่อมีการประกาศข่าว

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการมีไอเดียที่ชัดเจนว่าคุณจะเลือกเปิดตำแหน่งใดอ้างอิงจากข่าวใด เพื่อให้คุณไม่ต้องเผชิญกับความลังเลใจหรือตอบสนองต่อสถานการณ์ในตลาดด้วยอารมณ์และทำการเทรดที่ไม่สมเหตุสมผล

 

นำความรู้มาใช้งานจริง

ตอนนี้คุณมีกลยุทธ์เพิ่มเติมในการรับมือกับตลาดที่ครอบงำด้วยอำนาจของปฏิทินเศรษฐกิจ ก็ถึงเวลาที่จะเริ่มลงมือเทรด เราแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ลองฝึกฝนบนบัญชีทดลองเพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในกลยุทธ์เหล่านี้ก่อนที่จะเริ่มบัญชีจริง หรือเริ่มต้นด้วยเงินทุนจำนวนไม่มากและค่อย ๆ เพิ่มจำนวนเงินลงทุนหลังจากที่คุณได้พัฒนาทักษะของตนเอง

ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน ตอนนี้คุณก็มีพื้นฐานความรู้การเข้าเทรดและการไปถึงเป้าหมายทางการเงินของคุณ

Related posts
© 2014 - 2020 Olymp Trade. All Rights Reserved.