ความฟุ้งเฟ้อของไลฟ์สไตล์

0 111

สถานการณ์ที่รายได้ของเราเพิ่มขึ้นตามด้วยรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเช่นกันนั้นเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย เรามักผลาญเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของที่ไม่จำเป็น โดยความสัมพันธ์ระหว่างการเพิ่่มขึ้นของรายได้และรายจ่ายที่ไม่จำเป็นดังกล่าวเป็นสัญญาณของระดับความฟุ้งเฟ้อของไลฟ์สไตล์

สัญญาณหลักว่าระบบการเงินของคุณกำลังผิดปกติก็คือคุณขาดความสามารถในการออมเงิน เปรียบเสมือนกับรถวินเทจหรูซึ่งดูใหม่จากด้านนอกแต่เครื่องยนต์กลับอ่อนกำลังทำให้จะหยุดทำงานเมื่อใดก็ได้

 

ไม่ใช่เงินทั้งหมดในโลก


 

การต่อสู้กับความฟุ้งเฟ้อของไลฟ์สไตล์เห็นตัวอย่างได้จากภาพยนตร์เรื่อง “All the Money in the World” โดยนายพอล เก็ตตี้ นักแสดงหลักเป็นชายที่มีฐานะร่ำรวยที่สุดในโลก โดยเขาซักผ้าด้วยตนเองเพราะไม่อยากจะต้องจ่ายเงินให้กับแม่บ้าน

ครั้งหนึ่ง หลายชายของเขาถูกลักพาตัวและเรียกเงินประกันตัวเป็นจำนวน 17 ล้านดอลลาร์ นายเก็ตตี้ปฏิเสธโดยกล่าวว่าเขาเองก็รักหลานชายของเขาและมองว่าหลานชายเป็นบุคคลพิเศษ แต่ก็ยังคงยืนหยัดที่จะไม่ประกันตัว เรื่องราวท้ายที่สุดจบลงไม่สวยงามเท่าใดนัก

เนื่องด้วยความกลัวที่จะสูญเสียทรัพย์สมบัติไปส่วนหนึ่ง นายพอล เก็ตตี้ กลายเป็นคนตระหนี่อย่างแท้จริง โดยที่เขาได้ลดความฟุ้งเฟ้อในการใช้ชีวิตไปอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้สนับสนุนให้คุณเป็นเหมือนนายเก็ตตี้นี้ และดังนั้นเราจึงจะไม่พูดถึงกฎความตระหนี่หรือความมัธยัสถ์แต่อย่างใด

เราจะพยายามไม่เน้นอะไรที่เป็นแนวคิดที่สุดโต่งเพียงขออธิบายให้คุณฟังว่า เงินของคุณมีศัตรูสองประการด้วยกัน และหวังว่าบทความของเราจะช่วยให้คุณทำความเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่แม้ว่ารายได้ของคุณจะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

 

การโฆษณาคือศัตรูประการแรก


 

ทุกคนทราบดีว่าการโฆษณาเป็นหัวใจหลักของการค้า นักการตลาดจะสร้างแบรนด์ สโลแกน สไตล์ต่างๆ ให้หลายคนติดตาม แต่การซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรืออะไรก็ตามที่คุณสามารถจ่ายได้ ไม่ใช่เหตุผลที่คุณควรจะใช้เงินทั้งหมดของคุณ ลองถามตัวเองว่าคุณพึงพอใจกับสิ่งที่มีอยู่แล้วหรือไม่? อุปกรณ์ทั้งหมดที่คุณมีอยู่นั้นช่วยจัดการกับปัญหาและความท้าทายทั้งหมดได้แล้วหรือยัง?

หากรถยนต์ของคุณมีสมรรถภาพที่ดี และสมาร์ทโฟนที่คุณเพิ่งซื้อไปเมื่อหกเดือนก่อนยังคงเงาวับ ใช้โทรเข้า-ออก ส่งข้อความได้ คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินกับอะไรที่เหมือนเดิมแค่ใหม่กว่า ซึ่งราคาสูงกว่าเดิมถึงเท่าตัว คุณควรจะออมเงินไว้ดีกว่า

การโฆษณาทำให้คนเรากลายเป็นที่มาของการบริโภค โดยมองมนุษย์เป็นเพียงเป้าหมายทางออกเท่านั้น ดังนั้นทำไมคุณจึงไม่มองสินค้าและบริการด้วยการตั้งข้อสงสัยเดียวกันนี้ล่ะ?

 

การโอ้อวดเป็นศัตรูประการที่สอง


 

โลกสมัยใหม่กำลังเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก คนเราพร้อมที่จะทำงาน 12-15 ชั่วโมงต่อวันเพื่อจะก้าวให้ทันโลก เราเข้าใจว่าในสภาพเงื่อนไขดังกล่าว แน่นอนว่าคนเราต้องรู้สึกอ่อนล้าทางอารมณ์อยู่บ้าง และการบริโภคก็เป็นเสมือนกับการพักผ่อนอย่างหนึ่ง แต่มีหลายกรณีที่การซื้อขายอุปกรณ์สิ่งใหม่ๆ กลายเป็นสิ่งที่แสดงความสามารถและโอ้อวดสถานะ ซึ่งบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง พูดง่ายๆ ก็คือการโชว์ออฟนั่นเอง

เราบอกได้อย่างเดียวว่าการรับภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อทำให้คนรอบๆ ตัวประทับใจนั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระ

คำแนะนำที่ควรปฏิบัติตามมีดังนี้ จงอย่าติดกับดัก คุณควรจำกัดสิ่งของที่บ่งบอก “สถานะ” ที่คุณจะซื้อและวางแผนว่าคุณจะใช้จ่ายเงินไปกับสิ่งของดังกล่าวเป็นจำนวนเท่าไรต่อปี

 

Memento mori


 

ผู้บัญชาการทหารโรมันที่เข้าสู่เมืองหลวงของจักรวรรดิหลังจากการออกรบที่ประสบความสำเร็จ มีทาสที่กระซิบบอกว่า “Memento mori!” (จำไว้ เจ้าจะต้องตาย!) ดังนั้น ทาสจะเตือนผู้ชนะในความสิ้นหวัง แม้ไม่ใช่ความตาย แต่ก็เป็นสภาพโดยทั่วไปที่ใกล้เคียง

ในสถานการณ์ที่สถานะการเงินมีเสถียรภาพย่อมมีความเกี่ยวเนื่องกับตรรกะในการใช้จ่ายของเรา การที่เราเข้าใจระดับรายได้ของตนเองและค่าใช้จ่ายตามสมควรนั้นจะช่วยให้คุณมีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ใดๆ ในชีวิตได้อย่างชาญฉลาด

 

ความสุขเรียบง่ายในชีวิต


 

การใช้จ่ายอย่างเหมาะสมจะช่วยลดระดับการล้างผลาญเงินในระบบของคุณ ในช่วงปลายเดือนคุณก็จะยังมีเงินสำรองซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้คุณรู้สึกดี

แล้วการออมเงินล่ะ? อันดับแรกกรุณาอ่านข้างต้น อันดับที่สอง จงอย่าลืมว่าเงินต้องทำงาน! จงลงทุนในธุรกิจหรือจ่ายเงินกับการเรียนรู้ฝึกฝนต่างๆ ทำเงินออมของคุณให้เป็นประโยชน์

นอกจากนี้ เราขอเรียนให้ทราบอีกครั้งว่าคุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ตระหนี่เกินไป การเป็นสมาชิกฟิตเนส ไปดูภาพยนตร์กับครอบครัวบ้างในช่วงสุดสัปดาห์ การออกไปทานข้าวกับเพื่อนๆ ในคาเฟ่น่ารักๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นอะไรที่มากเกินไป อีกทั้งยังช่วยให้คุณได้เติมเต็มพลังชีวิตได้อีกยาวนานอีกด้วย

คุณไม่ควรรับภาระหนักหนักอึ้งเพื่อออมเงินโดยเฉพาะ หัวใจหลักในที่นี้ก็คือความสมดุลอย่างลงตัว

 

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่