การวิเคราะห์ทางเทคนิค

RSI: บทนำสู่ออสซิลเลเตอร์ สำหรับมืออาชีพ


วันนี้ เราจะมาพูดถึงคุณสมบัติบางส่วนของออสซิลเลเตอร์ RSI และวิธีการต่างๆ ในการปรับการใช้งานแบบมืออาชีพ โดยคุณสามารถศึกษาหลักการทั่วไปของดัชนีตัวนี้ได้ที่นี่ เช่นเดียวกันกับออสซิลเลเตอร์ตัวอื่นๆ หลักการทั่วไปไม่กี่ประการที่นักเทรดควรทำความเข้าใจเมื่อใช้งานดัชนี RSI ดังนี้:

  1. การเคลื่อนที่ของกราฟดัชนีไปยังโซนมาตรฐาน (เหนือ 70%/ต่ำกว่า 30%) ไม่ใช่สัญญาณการกลับตัว! นี่คือสัญญาณเตือนว่าการกลับตัวของเทรนด์จะเริ่มขึ้นเร็วๆ นี้
  2. ยิ่งดัชนีขยับเข้าไปในโซน (เหนือ 70%/ต่ำกว่า 30%) มากเท่าใด เทรนด์จะยิ่งมีโอกาสกลับตัวมากเท่านั้น
  3. เมื่อพิจารณาราคาสินทรัพย์ในอดีต คุณสามารถใช้กฎรูปทรงในพื้นที่ โดยหากเทรนด์ได้กลับตัวหลายครั้งที่ระดับเปอร์เซ็นต์ RSI เดียวกัน คุณสามารถสมมติได้ว่าการกลับตัวของเทรนด์จะเกิดขึ้นเมื่อกราฟกลับมาที่ระดับเดียวกันอีกครั้ง

ทั้งนี้ ควรคำนึงว่าการตั้งค่ามาตรฐานของโซน RSI (30% และ 70%) เป็นการตั้งค่าแบบสากล ในขณะเดียวกัน นักเทรดอาจเปลี่ยนแปลงตัวเลขดังกล่าวเพื่อพัฒนาการทำงานของดัชนี โดยมีวิธีการสองวิธี ดังนี้:

 

วิธีการที่ 1


ตามหลักการข้อที่ 2 คุณสามารถ “บีบ” โซนที่มีการซื้อหรือขายมากเกินไป (overbought/oversold) สำหรับสินทรัพย์ทุกประเภท เช่น แทนที่จะใช้ 70/30 ให้เปลี่ยนเป็น 73/27 หรือ 75/25 ฯลฯ ในกรณีนี้ ปริมาณจะกลายเป็นคุณภาพซึ่งก็คือยิ่งโซนดังกล่าวแคบลง สัญญาณที่เราได้จากดัชนีจะน้อยลงตามไปด้วย และยิ่งเราได้รับสัญญาณน้อยลง คุณภาพสัญญาณก็จะดียิ่งขึ้น

เพื่อเป็นการตั้งค่าดัชนีบนแพล็ตฟอร์ม Olymp Trade คุณควรเลือกหน้าต่างการวิเคราะห์ทางเทคนิค(Technical Analysis) แยกต่างหาก (ภาพนี้แสดงถึงวิธีการตั้งค่าดัชนีสำหรับสินทรัพย์ AUD/USD)

เราจะเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับวิธีที่สองหรือวิธีการขั้นสูงในการตั้งค่าดัชนี RSI ในบทความครั้งถัดไป โปรดติดตามชมและรอฟังข่าวสารอัพเดตของเรา!

วิธีการที่ 2


ตามหลักการข้อที่ 3 นักเทรดสามารถตั้งค่าดัชนีได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นสำหรับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ลองดูสินทรัพย์ AUD/USD ที่กรอบระยะเวลา 5 นาที ในมุมมอง 2 วันการซื้อขาย เมื่อใช้รูปทรงบนกราฟ (ซึ่งเป็นการกลับตัวของเทรนด์ที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว) เราขยับโซนดัชนีตามค่าการกลับตัวที่สูงที่สุดบนกราฟ เช่นเดียวกันกับที่เราใช้กับระดับแนวรับ/แนวต้าน ในตัวอย่างของเรา โซนที่มีการขายมากเกินไปจะเหลืออยู่ที่ 30% (ค่ามาตรฐาน)

ลองมากำหนดระดับโซนต่างๆ ระดับโซนที่ 1 คือจุดเริ่มต้นของโซนที่ตั้งค่า (ซึ่งก็คือระดับ 30% ในตัวอย่างที่ให้มา) เราระบุระดับโซนที่ 2 ในแบบเดียวกันกับที่เราระบุระดับที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติโดยใช้ค่าสูงสุดของวันนั้นๆ

ค่าสูงสุดเหล่านี้จะเป็นค่าสูงสุดของดัชนีในแต่ละโซนตามลำดับ เพื่อเป็นการแสดงค่าเหล่านี้ คุณสามารถใช้เครื่องมือแนวนอน ในตัวอย่างของเรา ค่านี้จะอยู่ที่ 24% ซึ่งเป็นเส้นสีแดงด้านล่าง

กำหนดระดับโซนที่มีการซื้อมากเกินไปในแบบเดียวกัน ซึ่งบนกราฟระดับนี้จะอยู่ที่ 66% และ 75%
หลักการเทรดก็คือ หากการกลับตัวของเทรนด์ไม่ปรากฏขึ้น ณ ระดับโซนที่ 1 นักเทรดจำเป็นต้องรอจนกว่าเทรนด์จะขยับถึงระดับโซนที่ 2 เพื่อให้ได้รับสัญญาณการขยับถึงและเพื่อที่จะไม่เทรดการกลับตัวของเทรนด์ในช่วงช่องว่างระหว่างโซนทั้งสอง

 

ข้อแนะนำ


อย่าตั้งค่าระดับโซนที่ 1 ต่ำกว่า 60% และเหนือ 40% เพราะว่ารูปนั้นๆ แสดงถึงค่าความผันผวนต่ำของสินทรัพย์และไม่แนะนำให้เทรดตาม

นักเทรดควรคำนึงด้วยว่าการตั้งค่าดัชนี RSI จะมีลักษณะเฉพาะสำหรับสินทรัพย์แต่ละชนิดและกรอบเวลาของแท่งเทียนและระยะเวลา นอกจากนี้ ดัชนีนี้ยังต้องอาศัยการปรับการตั้งค่าอย่างต่อเนื่อง (อย่างน้อยวันละครั้งหรือในกรณีที่มีการขยับทะลุค่าสูงสุดของระดับโซนที่ 2)

มีข้อแนะนำให้กำหนดระดับโซน 4 ระดับ สำหรับสินทรัพย์แต่ละตัวก่อนที่คุณจะเริ่มเทรดในหน้าต่างการวิเคราะห์ทางเทคนิคแยกต่างหากที่กรอบเวลา 5 นาที และปรับกราฟให้เป็นมุมมองวันซื้อขาย 2 วัน

หากคุณใช้กรอบเวลาแท่งเทียนอื่นๆ ในการวิเคราะห์หรือการเทรด คุณจำเป็นต้องคำนึงว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงกรอบเวลาที่ใช้ ดัชนี RSI จะประมวลผลใหม่เสมอ ซึ่งจะทำให้ระดับโซนต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน

คุณอาจจดบันทึกค่าโซนปัจจุบันของสินทรัพย์เพื่อที่คุณจะได้มองเห็นได้ง่ายตลอดเวลาขณะกำลังทำการเทรด

Related posts
© 2014 - 2020 Olymp Trade. All Rights Reserved.