การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

ตลาดแลกเปลี่ยน — เรื่องที่คุณจำเป็นต้องรู้

หลักพื้นฐานบางส่วนที่นักลงทุนทุกคนจำเป็นต้องรู้ก่อนเริ่มต้นเทรด


มีคำกล่าวไว้ว่า การเอาชนะเกมที่คุณไม่รู้กติกานั้นเป็นเรื่องยาก นี่คือคำแนะนำที่ดีเยี่ยมสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่เพราะว่าโลกแห่งการเทรดและตลาดการเงินนั้นมีกติกามากมาย

โชคดีที่กติกาไม่ซับซ้อนขนาดนั้นหากคุณลองค่อย ๆ เรียนรู้ทีละส่วนและศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อทำความเข้าใจว่าตลาดแลกเปลี่ยนที่เราซื้อขายกันนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ที่สำคัญ Olymp Trade ยังให้บริการเครื่องมือที่จำเป็นและเนื้อหาทุกประเภทเพื่อให้คุณสามารถนำความรู้ใหม่ไปใช้งานได้จริง

Stock Exchanges - What You Need to Know TH_0

อันดับแรกเราจะมาดูที่คำนิยามต่าง ๆ  

ตลาดแลกเปลี่ยน คือตลาดแห่งหนึ่งที่คล้ายกันกับตลาดทั่วไป หลายคนเข้ามาที่ตลาดแห่งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนของสิ่งหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งอีกสิ่งหนึ่ง แน่นอนว่าตลาดหรือตลาดแลกเปลี่ยนจะซื้อขายอะไรก็ได้ แต่ในที่นี้เราจะให้ความสนใจกับตลาดแลกเปลี่ยนทางการเงิน

ตลาดการเงินมีขึ้นเพื่อซื้อขายหุ้นบริษัท พันธบัตรรัฐบาลเพื่อเป็นสินเชื่อให้กับบริษัทและรัฐบาล การซื้อขายสกุลเงิน (ฟอเร็กซ์) การซื้อขายสกุลเงินเพื่อสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำมัน หรือทองคำ ฯลฯ

ส่วนใหญ่ตลาดแลกเปลี่ยนขนาดใหญ่ เช่น ตลอดนิวยอร์ก ลอนดอน ฮ่องกง ฯลฯ จะทำการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความหลากหลาย ไม่จำกัดเพียงแค่หุ้นบริษัท แต่ก็มีตลาดบางส่วนที่ทำการซื้อขายสินทรัพย์เฉพาะประเภท เช่น ตลาด Chicago Mercantile Exchange (CME) ซึ่งทำการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์หรืออย่างตลาดคริปโตเคอเรนซี

 

ตลาดแลกเปลี่ยนทางการเงินเริ่มขึ้นในยุโรปได้อย่างไร

ตลาดแลกเปลี่ยนทางการเงินแห่งแรกเกิดขึ้นในเมืองเวนิซ ผู้ปล่อยเงินกู้มารวมตัวกันเพื่อขายและซื้อภาระหนี้สินของคนอื่น จากนั้นไม่นานธรรมเนียมปฏิบัตินี้แพร่หลายในยุโรปและเกิดเป็นตลาดแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการเปิดทำการขึ้นในเบลเยี่ยมในศตวรรษที่ 16

อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นหุ้นและสกุลเงินยังไม่เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าที่มีการแลกเปลี่ยนจนกระทั่งการเติบโตขึ้นของกลุ่มบริษัท East India (ของอังกฤษ ดัตช์ และฝรั่งเศส) บริษัทเหล่านี้เริ่มออกหุ้นเพื่อจัดหาเงินทุนและชำระ “เงินปันผล” ให้กับนักลงทุนตามผลกำไรที่ได้รับจากการซื้อขายตลอดเส้นทางรอบโลก

แม้ว่าจะมีการตราหุ้นของบริษัท ตลาดหลักทรัพย์ที่แท้จริงนั้นยังไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งถึงปี 1773 ในกรุงลอนดอน ซึ่งในตอนนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ London Stock Exchange (LSE) และในอีก 20 ปีถัดมาตามมาด้วย New York Stock Exchange (NYSE) ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ของนิวยอร์ก ตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ กำเนิดขึ้นตามที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เป็นหลัก เช่น ตลาดหุ้นฮ่องกง ญี่ปุ่น แคนาดา ฯลฯ

แม้ว่าจะมีการแข่งขันระหว่างประเทศ ตลาด NYSE และ LSE ยังคงเป็นตลาดที่กุมอำนาจตลาดโลก ตลาดทั้งสองแห่งมีความสำคัญเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วง 2 ศตวรรษที่ผ่านมา แต่ตลาดนิวยอร์กได้กลายเป็นตลาดยักษ์ใหญ่ในบรรดาตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งตลาด NYSE มีมูลค่ารวมการซื้อขายของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดสูงที่สุด สูงกว่าตลาดลอนดอน โตเกียว และดัชนี NASDAQ รวมกัน

 

…เมื่อเทคโนโลยีขั้นสูงมาถึง

ในปัจจุบัน นักเทรดได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับราคาหุ้น สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ พันธบัตร หรือดัชนีสินทรัพย์เหล่านี้ตามเวลาจริงไม่ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ที่ใดบนโลก ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการทำงานของตลาดแลกเปลี่ยนที่ให้บริการทั้งข้อมูลและอนุญาตให้เราเข้าถึงตลาดทั้งหมดได้โดยตรง

หากปราศจากข้อมูลที่เผยแพร่เหล่านี้ ผู้ที่เข้าถึงตลาดนิวยอร์ก หรือลอนดอนก็คงจะเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในตึกแห่งนั้นที่สามารถเห็นข้อมูลล่าสุดเพื่อทำการซื้อขาย ดังนั้น เทคโนโลยีได้สร้างการเชื่อมต่อเช่นนี้ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นผลดีต่อตลาดแต่ยังทำให้คนธรรมดาทั่ว ๆ ไปสามารถเข้าถึงตลาดเหล่านี้ได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนร่ำรวยใด ๆ

บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดในโลกส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัท Coca-Cola, Microsoft และ BMW สินทรัพย์ที่เราใช้งานในชีวิตประจำวันของเราอย่างน้ำมันสามารถซื้อขายในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ น้ำมันเบรนท์ และไม่เพียงแค่บริษัทยุโรปหรืออเมริกาที่ติดตลาดเหล่านี้เท่านั้น บริษัทระหว่างประเทศหลายแห่ง เช่น หุ้นซาอุดิอาระเบีย ก็มีชื่ออยู่ในตลาดอีกด้วย

 

ตลาดแลกเปลี่ยนทำงานอย่างไร

เพื่อไม่เป็นการเจาะลึกในรายละเอียดมากเกินไป เพราะหัวข้อนี้มีเรื่องราวหลายแง่มุมและความหลากหลาย วิธีที่ดีที่สุดคือการมองตลาดเป็นสถานที่เพื่อการแลกเปลี่ยนและต่อรอง

คนเราจะเลือกขายสินทรัพย์โดยเสนอราคาในตลาดแลกเปลี่ยน (Ask) พวกเขาอ้างอิงราคาเหล่านี้จากสิ่งที่พวกเขาคิดว่าจะเกิดขึ้นในตลาดและจากปัจจัยล้อมรอบส่วนบุคคล แรงจูงใจของพวกเขานั้นไม่เป็นที่ปรากฏชัดและไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด

ในอีกด้านหนึ่งคือฝั่งผู้ซื้อที่จะระบุราคาเข้าซื้อสินทรัพย์ (Bid) พวกเขาอ้างอิงราคานั้น ๆ จากสิ่งที่พวกเขาคาดว่าจะเกิดขึ้นในตลาดและจากปัจจัยรอบตัวของตนเอง เช่นเดียวกันกับฝั่งผู้ขายข้างต้น เราไม่อาจทราบและไม่จำเป็นต้องรู้ว่าแรงจูงใจของพวกเขาคืออะไร

ตลาดจะเชื่อมโยงระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อด้วยกันจากราคาเสนอ “Ask” และ “Bid” ของพวกเขา หากคุณเป็นผู้ซื้อและราคา “Ask” ของผู้ขายตรงตามราคาที่คุณจะเสนอซื้อ “Bid” ก็เข้าทางเลย! คุณทำธุรกรรมแล้วและคุณจะได้รับสินทรัพย์เข้าสู่บัญชีของคุณโดยอัตโนมัติเมื่อราคาที่คุณจ่ายถูกหักชำระ

 

ยุคแห่งการวิเคราะห์

ตลอดเวลาหลายร้อยปีของตลาดการเงินได้กำเนิดวิธีและนวัตกรรมในการวิเคราะห์ตลาดมากมายและหลากหลายวิธีการเหล่านี้ถูกขัดเกลาและรวบรวมขึ้นมาเป็นรายการวิธีการวิเคราะห์

Stock Exchanges - What You Need to Know TH_0

ข้อดีของการวิเคราะห์ตลาด คือ นักวิเคราะห์สามารถหารูปแบบของพฤติกรรมนักลงทุนในตลาดแลกเปลี่ยนตามช่วงเวลา รูปแบบเหล่านี้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ทำนายได้ เพราะถึงแม้ว่าคนเราจะไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่คนเราก็มักจะซ้ำรอยพฤติกรรมเดิม ๆ เมื่อมีปัจจัยกระตุ้นบางอย่าง

 

ความลับเบื้องหลังทฤษฎีคลื่น Elliott Wave Theory

หากเราเห็นว่าเมื่อ A เกิดขึ้น B มักจะตอบสนองต่อตลาด จากนั้นเราจะสามารถลงทุนได้อย่างสบายใจมากขึ้นและมักทำกำไรได้เมื่อใดก็ตามที่เราเห็นลักษณะการเกิดขึ้นของ A แน่นอนว่าส่วนที่ยากที่สุดของขั้นตอนนี้คือการหาจังหวะได้อย่างถูกต้องว่า A จะเกิดขึ้นเมื่อไร

คนกลุ่มแรก ๆ ที่หารูปทรงเหล่านี้ได้อย่างสำเร็จและแน่นอนมากที่สุดคือชายที่ชื่อว่า ราล์ฟ เนลสัน อีเลียต ในช่วงปี 1930s อีเลียตทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลประวัติการซื้อขายในอดีต จากนั้นเขาเริ่มจัดทำกราฟการซื้อขายในตลาดปัจจุบันและไม่นานจากนั้นจึงพัฒนาขึ้นเป็นทฤษฎีคลื่นอีเลียตหรือ Elliott Wave Theory 

คุณสมบัติเฉพาะของทฤษฎีนี้และการใช้งานทฤษฎีนั้นอาศัยการฝึกฝนและการปฏิบัติเล็กน้อย แต่คำอธิบายง่าย ๆ ก็คือ อีเลียตค้นพบว่า คนเรามักจะทำสิ่งที่เหมือนกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ว่ายุคไหนก็ตาม และจิตวิทยาการเทรดนั้นมีความแน่นอนมากกว่าปัจจัยที่มากระตุ้นการตอบสนองของตลาด

แน่นอนว่ามีเครื่องมือหลากหลายชนิดที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้นักเทรดใช้ประโยชน์จากทฤษฎี Elliott Waves และทฤษฎีพฤติกรรมอื่น ๆ ที่คุ้มค่าต่อการพิจารณาเช่นกัน

 

บทสรุปและสิ่งที่ได้รับ

ลองนึกดูว่า หากคุณมีโอกาสในการลงทุนกับกลุ่มบริษัท East India ในสมัยนั้นตั้งแต่บริษัทเพิ่งเริ่มก่อตั้ง และโลกของเรายังเพิ่งเริ่มถูกสำรวจ คุณว่าตัวคุณเองจะเป็นผู้ลงทุนหรือแค่นั่งเอนหลังรอดูเฉย ๆ เท่านั้น?

ตลาดแลกเปลี่ยนในวันนี้เป็นโอกาสใหม่และโชคดีที่มีแพล็ตฟอร์มอย่างแพล็ตฟอร์ม Olymp Trade คุณจึงสามารถเข้าถึงตลาดการเงินที่ยอดเยี่ยมทั้งหลาย ตลอดจนใช้ประโยชน์จากเครื่องมือต่าง ๆ แล้วคุณจะนั่งรอดูเฉย ๆ อีกไหม?

Related posts
© 2014 - 2020 Olymp Trade. All Rights Reserved.