ดัชนี MACD (สำหรับมือใหม่)

0 209

ดัชนี MACD (การเบนเข้า/ออกของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) คือ ดัชนีที่ใช้งานในการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อให้ค่าประมาณและทำนายความผันผวนของราคาสินทรัพย์

ดัชนีนี้ได้รับการอธิบายเป็นครั้งแรกในหนังสือของนายเจอราลด์ แอพเพล เรื่อง “Systems and Forecasts” ในปี 1979 ต่อมานายธอมัส เอสเปรย์ ได้เพิ่มกราฟฮิสโตแกรมเข้ามาในดัชนี MACD เมื่อปี 1986

 

สัญญาณและจุดเข้าตำแหน่งต่างๆ


 

เนื่องด้วยดัชนีนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ ดัชนี MACD จึงให้ประเภทสัญญาณการเข้าตำแหน่งซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากตัวอื่น

สัญญาณพื้นฐานของดัชนี MACD:

• การตัดผ่านเส้นสัญญาณ
• การตัดผ่านเส้นศูนย์
• การเบนออก

 

สัญญาณการตัดผ่านเส้น


 

สัญญาณนี้เป็นสัญญาณที่พบบ่อยและมีการใช้งานมากที่สุด สัญญาณนี้จะปรากฏเมื่อเส้น MACD ตัดผ่านเส้นสัญญาณ แน่นอนว่าประเภทของสัญญาณจะขึ้นอยู่กับลักษณะของการตัดผ่าน

• หากเส้น MACD ตัดผ่านเส้นสัญญาณจากล่างขึ้นบนก็จะเป็นสัญญาณกราฟขาขึ้น
• หากเส้น MACD ตัดผ่านเส้นสัญญาณจากบนลงล่างก็จะเป็นสัญญาณกราฟขาลง

กราฟฮิสโตแกรม MACD จะแสดงค่าเป็นศูนย์ในขณะที่กำลังแสดงค่าความต่างระหว่างเส้น MACD และเส้นสัญญาณของดัชนี

 

การตัดผ่านเส้นศูนย์ ช


 

เราสามารถได้รับสัญญาณสองประเภทจากเส้น MACD ในขณะที่เส้นตัดผ่านเส้นศูนย์ของดัชนี ดังนี้

เส้นดัชนี MACD ตัดผ่านเส้นศูนย์จากล่างขึ้นบนให้ถือว่าเป็นสัญญาณขาขึ้น
เส้นดัชนี MACD ตัดผ่านเส้นศูนย์จากบนลงล่างให้ถือว่าเป็นสัญญาณขาลง

 

การเบนออก


 

การเบนออกคือค่าความแตกต่างระหว่างทิศทางของดัชนีและกราฟราคา การเบนออกขาลงจะเกิดขึ้นเมื่อสินทรัพย์ปรากฏราคาสูงสุดที่สูงกว่าเดิมและเส้น MACD ปรากฏเส้นที่มีจุดสูงสุดต่ำกว่าเดิม ในทางกลับกัน การเบนออกขาขึ้นจะเกิดขึ้นเมื่อค่าที่ต่ำกว่าค่าต่ำสุดไม่ได้รับการสนับสนุนโดยค่าที่ต่ำกว่าต่ำสุดซึ่งปรากฏบนดัชนี MACD

สัญญาณดังกล่าวเป็นสัญญาณปกติสำหรับออสซิลเลเตอร์ทั้งหมด รวมถึง MACD ตามกฎแล้ว การปรากฏตัวของกราฟที่เบนออกแสดงให้เห็นว่าเป็นจุดสิ้นสุดของการเคลื่อนที่ (การอ่อนตัวลงของเทรนด์) และอาจเกิดการปรับตัวอย่างรุนแรงหรือการกลับตัวของกราฟ และสำหรับกราฟอื่นๆ ส่วนใหญ่มีกฎกติกาที่นักเทรดควรจำก็คือ ยิ่งกรอบเวลาของกราฟราคานานเท่าใด สัญญาณจะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

 

ข้อแนะนำ


 

การเบนออกของดัชนีไม่จำเป็นต้องอาศัยราคาสูงสุดหรือต่ำสุดในกรอบเวลาสองราคา อาจจะปรากฏสามราคาหรือมากกว่าก็ได้ ซึ่งหมายความว่าเราไม่สามารถระบุผตำแหน่งการกลับตัวของราคาด้วยวิธีนี้ได้

เทรนด์อาจจะไม่จำเป็นต้องกลับตัวเสมอไป เทรนด์อาจจะคงที่ก็ได้ ดังนั้น การเบนออกหรือการเบนเข้าอาจเป็นการแสดงให้เห็นถึงการอ่อนกำลังลงของเทรนด์เท่านั้น

การเบนออกหรือการเบนเข้าสามารถช่วยยืนยันรูปแบบการวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น กราฟสองยอด หรือกราฟศีรษะและหัวไหล่ เป็นต้น

 

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่