หุ้นเฟซบุ๊กตกต่ำ: ความไม่พึงพอใจของนักลงทุน หรือ ความล้มเหลวของซัคเคอร์เบิร์ก?

0 115

หุ้นบริษัทเฟซบุ๊กเผชิญกับภาวะตกต่ำเป็นประวัติการณ์ โดยเสียมูลค่าเกือบ 20% ภายหลังบริษัทประกาศผลการเงินในรอบไตรมาสที่สอง

สื่อชั้นนำต่างๆ ได้คำนวณแล้วว่านายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กน่าจะสูญเสียประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันดอลลาร์สหรัฐ อันที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น? ผู้ก่อตั้งบริษัทต้องกลายเป็นคนจนจริงหรือไม่?

ค่าความต่างระหว่างรายได้ที่คาดการณ์ไว้และตัวเลขที่แท้จริงที่ $ 1.323 หมื่นล้านอยู่ที่ประมาณ $130 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตามมาตรฐานของบริษัทแล้ว เงินจำนวนดังกล่าวไม่สมเหตุสมผลมากพอที่จะส่งผลต่อตลาด

นักเทรดเริ่มเทขายหุ้นตั้งแต่ช่วงก่อนตลาดเปิดทำการ แม้ว่ารายได้รวมของบริษัทจะเพิ่มขึ้น $ 5.11 พันล้านเหรียญ เราต้องไม่ลืมว่าบริษัทเฟซบุ๊กต้องรับภาระต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับกรณีข่าวฉาวเรื่องข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานรั่วไหลกว่า 50 ล้านคน ดังนั้น กำไรสุทธิในปัจจุบันจึงถือว่าอยู่ในระดับพอใช้เท่านั้น

หากคุณศึกษาส่วนที่นอกเหนือจากงบการเงินของรายงานแล้ว คุณจะเห็นสัญญาณการชะลอตัวในการเติบโตของผู้ใช้งาน เหตุผลอาจเป็นเพราะบริษัทเริ่มเน้นการบังคับใช้กฎเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของสหภาพยุโรปฉบับใหม่

ที่จริงแล้ว บริษัทเฟซบุ๊กอยู่ในช่วงสภาวะลำบากและจำเป็นต้องหันมาให้ความสนใจในส่วนอื่น นอกเหนือจากภาคลูกค้าของธุรกิจ

อาจดูเหมือนว่าทุกอย่างดูสมเหตุสมผลและราคาหุ้นที่ตกต่ำลง 20% ก็เป็นเพียงปฏิกิริยาตอบโต้ทั่วไปของนักเทรดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ภาวะตกต่ำดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง แสดงว่าต้องมีเหตุผลที่สำคัญรองรับเหตุการณ์ดังกล่าว

และในที่นี้เราจะมาอธิบายเหตุผลสองประการด้วยกัน เหตุผลเหล่านี้อาจดูไม่ชัดเจนในตอนแรก แต่ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดต่อเหตุการณ์ “วันอังคารทมิฬ” ของเฟซบุ๊ก

https://lh4.googleusercontent.com/Kl1RajTdAGbM-Lb6NU258NgToYhN7cdCiaptj19fdJZdLJ0yH3gWGI4lQtiMmYpZPiGA7FYLLM3_ySA0dwjF3-QedMFQdegiNWgit1ja1fBHKD3YvUygoTM4cG8SEoT3v90Ub8d4

เหตุผลประการที่หนึ่ง ความไม่พึงพอใจของนักลงทุน

คนเรามักลืมเรื่องดีๆ ได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การเปิดขายหุ้นสาธารณะของบริษัท เฟซบุ๊กในขณะนั้นมีรายงานไตรมาสเพียงรายงานเดียว (เดือนเมษายน 2015) โดยมีการทำนายตัวเลขรายได้ล่วงหน้าที่แย่กว่าผลประกอบการจริง มีค่าความต่างอยู่ที่ประมาณ $ 15 ล้านเหรียญ

นักลงทุนจึงได้รับเงินปันผลอย่างเกินความคาดหวัง บ่อยครั้งที่ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนมากกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญประมาณการไว้ แต่เนื่องจากรายงานเมื่อวันก่อนนั้นออกมาไม่น่าพึงพอใจนัก กำไรที่คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ $1.75 ต่อหุ้นกลับมีค่ามากกว่ากำไรจริงที่ $ 1.74

ค่าความต่างเพียงแค่ 1 เซนต์ ก็สามารถทำให้นักลงทุนต่างต้องผิดหวังไปตามๆ กันได้ ประกอบกับสัญญาณการถูกซื้อมากเกินไปในกราฟเทคนิคบนกรอบเวลาระยะยาวนานกว่าจึงทำให้ค่าความต่างแม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นแรงผลักดันการเทขายหุ้นได้เช่นกัน

เหตุผลประการที่สอง: ความล้มเหลวของซัคเคอร์เบิร์ก

เดือนกรกฎาคม 2018 เป็นเดือนที่ดีต่อเฟซบุ๊ก นักลงทุนสามารถทำกำไรประมาณ 12% จากค่าความต่างในอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น มูลค่าของหุ้นมีค่ามากกว่า $200 แต่หลายคนคาดหวังให้ตัวเลขมากกว่านี้ ซึ่งมีน้อยคนนักที่ทราบว่าในขณะนั้นนายซัคเคอร์เบิร์กกำลังเล่นในทิศทางตรงกันข้ามกับอารมณ์ของนักเทรด

ตามข้อมูลของคณะกรรมการตลาดแลกเปลี่ยนและสินทรัพย์ของสหรัฐฯ นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กขายหุ้นบริษัทเขาเองจำนวน 944,000 หุ้น ในเดือนกรกฎาคมและทำเงินกว่า $190 ล้านเหรียญ ถ้าเช่นนี้ นายซัคเคอร์เบิร์กคงทราบอยู่แล้วหรือไม่เกี่ยวกับค่าความต่างของตัวเลขรายงานและความคาดหวังของนักวิเคราะห์? ทุกอย่างดูค่อนข้างชัดเจน อย่างไรก็ตาม อะไรที่เกิดไปแล้วก็ต้องปล่อยมันไป

อย่างไรก็ดี คุณควรคำนึงว่าในปี 2018 เฟซบุ๊กไม่ใช่แค่โซเชียลเน็ตเวิร์ค แต่คนหลายพันล้านคนทั่วโลกใช้งานผลิตภัณฑ์ของนายซัคเคอร์เบิร์กและทีมงานของเขา ไม่ว่าจะเป็น WhatsApp และ Instagram ทั้งยังเป็นที่ชัดเจนว่าจะไม่มีอะไรมาแทนที่เฟซบุ๊กในอนาคตอันใกล้นี้

นี่หมายความว่าผลประกอบการการเงินของบริษัทน่าจะพัฒนาในทางที่ดีขึ้น และท้ายที่สุดคนก็จะลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมล์ของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่