การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

การเทรดหุ้นไม่ง่ายไปกว่านี้ที่ Olymp Trade

กลยุทธ์เริ่มต้นสำหรับการเทรดหุ้นบริษัทบนแพล็ตฟอร์ม OT


 หากคุณสนใจเทรดหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เรามีข่าวดี ไม่นานมานี้ Olymp Trade ได้ขยายบริการเทรดหุ้นบริษัทบนแพล็ตฟอร์มครั้งใหญ่สำหรับนักเทรด หลักทรัพย์ที่เพิ่มเข้ามาใน Olymp Trade ได้แก่ Amazon, Alibaba, Exxon Mobil และอีกมากมาย

ขณะนี้ เรามีหุ้นบริษัทมากกว่า 30 แห่งให้เลือกเทรดบนแพล็ตฟอร์ม Olymp Trade ทั้งสำหรับการลงทุนในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบโหมด Fixed Time Trading หรือโหมด Forex ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ตอนนี้คุณสามารถใช้โอกาสจากบริษัทที่ประสบความสำเร็จระดับสุดยอดเหล่านี้เป็นยานพาหนะนำพาคุณไปรับผลกำไร

การเทรดหุ้น คือ หนึ่งในวิธีการลงทุนที่มั่นคงมากที่สุด โดยเฉพาะหากคุณใส่ใจเกี่ยวกับคุณภาพของบริษัทที่คุณเลือกลงทุน โดยทั่วไป บริษัทที่ยืนหยัดมาเป็นเวลานาน มีชื่อเสียง และการบริหารที่ดีจะมีมูลค่าหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพอร์ตของนักลงทุน

นักเทรดยังสามารถทำกำไรงามได้จากราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นในระยะสั้น และราคาที่ดิ่งลดฮวบลงจากผลของข่าวหรือผลประกอบการของบริษัท สิ่งนี้อาจเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจ วิเคราะห์ และทำนาย หากคุณเป็นมือใหม่ในการเทรดหลักทรัพย์บริษัท (หุ้น)

เพื่อเป็นการช่วยย่นระยะเวลาให้คุณสามารถทำกำไรงาม ๆ ในการเทรดหุ้นกับ Olymp Trade ต่อไปนี้คือคู่มือฉบับรวบรัดที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นเทรดหุ้นในบริษัทขนาดใหญ่และมีประวัติดีที่สุดในโลก

เราขอแนะนำให้คุณเริ่มต้นโดยการให้ความสนใจกับหลักการสองเรื่องในการดูราคาหุ้นที่จะเทรด และจังหวะที่ควรเข้าเทรด: เทรนด์ราคา และ ผลกำไรของบริษัท

 

เทรดตามเทรนด์ราคา

วิทยาศาสตร์บอกเราว่า วัตถุที่เคลื่อนไหวมักจะอยู่ในความเคลื่อนไหวต่อไป และราคาหุ้นก็มักจะมีพฤติกรรมในลักษณะที่คล้ายกัน แนวคิดนี้เป็นคำแนะนำพื้นฐานสำหรับนักลงทุนมือใหม่เกือบทุกท่านว่าควร “เทรดตามเทรนด์ และเทรด์คือเพื่อนของคุณ”

การเข้าเทรดตามเทรนด์นั้นมีหลายวิธีและมีกลยุทธ์จำนวนที่นับไม่ถ้วนในการเทรดตามเทรนด์ด้วยเช่นกัน แต่ต่อไปนี้คือวิธีการง่าย ๆ ที่คุณสามารถใช้งานได้เกือบทันทีและจะให้ผลตอบแทนเป็นกำไรงามได้ในเกือบทุกโอกาสจากการใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages)

เริ่มต้นโดย เราจะผสมผสานการใช้ Moving Averages สองประเภท: เส้น Simple Moving Average (SMA) และเส้น Exponential Moving Average (EMA) เพื่อช่วยในการหาเทรนด์และทำนายการกลับตัวของเทรนด์ ซึ่งจะช่วยให้คุณทำกำไรได้สูงสุดจากแต่ละเทรนด์

แพล็ตฟอร์ม Olymp Trade มีเครื่องมือที่สำคัญทั้งหมดติดตั้งมาพร้อมบนกราฟของคุณในการใช้กลยุทธ์เทรนด์นี้ ภาพหน้าจอด้านล่างนี้คือปุ่มติดตั้งอินดิเคเตอร์ (ลูกศรสีแดง) และเส้น SMA และ EMA อยู่อันดับบนสุด

เริ่มตั้งแต่การเลือกอินดิเคเตอร์ SMA และคุณจะเห็นเส้นปรากฏบนกราฟของคุณ อินดิเคเตอร์ SMA ของเราจะเป็นเส้นค่าเฉลี่ยในระยะยาว ดังนั้นให้เปลี่ยนสีเส้นเป็นสีแดง และตั้งค่าระยะเวลาที่ 55 คุณสามารถตั้งค่าได้โดยคลิกที่ไอคอนรูป “ดินสอ” เล็ก ๆ ด้านข้างอินดิเคเตอร์บนกราฟ

ทำตามขั้นตอนเดียวกันนี้สำหรับเส้น EMA โดยตั้งค่าให้เป็นสีน้ำเงินและปรับเวลาเป็น 20 เส้น EMA จะเป็นอินดิเคเตอร์เทรนด์ระยะสั้น หน้าจอด้านล่างนี้แสดงถึงวิธีการตั้งค่าอินดิเคเตอร์และคุณจะเห็นเส้นเหล่านี้ปรากฏบนกราฟหุ้นบริษัท Facebook ที่ตั้งค่าไว้ในกรอบเวลา 1 วัน

ขณะนี้ กราฟเทรนด์ของเราสำหรับ Facebook พร้อมใช้งานและเราเห็นได้ว่า ราคาหุ้นบริษัทขยับขึ้นอย่างมั่นคงมาตั้งแต่เดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม เส้นเทรนด์ทั้งสองเส้นเริ่มขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น ซึ่งหมายความว่า การกลับตัวของเทรนด์อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โดยอุดมคติแล้ว เวลาเทรดตามเทรนด์ คุณควรจะหาตำแหน่งสำหรับเทรนด์ระยะสั้น (เส้นสีน้ำเงิน) ตัดผ่านเส้นเทรนด์ระยะยาว (เส้นสีแดง) ในทิศทางตรงกันข้ามกัน เมื่อสัญญาณนี้ปรากฏขึ้นจะมีความเป็นไปได้สูงที่เทรนด์กำลังกลับตัว และคุณสามารถเปิดตำแหน่งขึ้นหรือลงตามสัญญาณดังกล่าว

หากคุณกลับมาดูที่กราฟ Facebook คุณจะเห็นการกลับตัวของเทรนด์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้ และช่วงปลายเดือนพฤษภาคม

ในทั้งสองกรณี การเปิดตำแหน่งเมื่อเส้นสีน้ำเงินตัดผ่านเส้นสีแดงจะให้กำไรงาม หากนักเทรดออกจากตำแหน่งได้ก่อนที่เทรนด์จะกลับทิศทางอีกครั้ง

คุณสามารถคัดลอกกลยุทธ์เทรนด์นี้สำหรับการเทรดหุ้นใด ๆ หรือกรอบเวลาใดก็ได้ แต่สำหรับหุ้นบลูชิพ เราไม่แนะนำให้กลยุทธ์นี้ในระยะเวลาที่สั้นเกินไป เช่น 15 นาที เว้นเสียแต่คุณกำลังใช้กลยุทธ์เทรดสั้นแบบ “scalping” ซึ่งมีความซับซ้อนมากกว่าเล็กน้อย

 

หุ้นในรายได้ของบริษัทที่มีกำไร

มูลค่าของหุ้นบริษัทนั้นส่วนใหญ่แล้วได้รับอิทธิพลมาจากผลกำไรของบริษัท กฎข้อนี้มีข้อยกเว้นโดยที่อาจเป็นการเก็งกำไรในอนาคตว่าบริษัทเหล่านี้จะทำกำไรได้สูงมากในอนาคต ดูตัวอย่างบริษัท Facebook และ Tesla (หุ้นทั้งสองตัวนี้สามารถเทรดได้บน Olymp Trade)

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไป หากบริษัททำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลกำไรนี้จะนำมาแบ่งสรรให้กับผู้ถือหุ้น จากนั้นหุ้นบริษัทนั้น ๆ ก็จะขยับขึ้นต่อไป สำหรับนักลงทุนระยะยาว สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะพวกเขาต้องการส่วนแบ่งกำไรอย่างเป็นประจำ และยังต้องการให้ตนเองสามารถขายหุ้นได้พร้อมกำไรในอนาคต

ดังนั้น ข้อแนะนำที่ดีคือการเทรดเฉพาะหุ้นของบริษัทที่ทำกำไร เพราะมีความเสี่ยงต่ำกว่ามาก และยังมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประเดนหลักเกี่ยวกับการเทรดหุ้นเหล่านี้คือการเข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น

โชคดีที่บริษัทเหล่านี้เปิดให้ซื้อขายหุ้นได้อย่างสาธารณะ ดังนั้น บริษัทจำเป็นต้องประกาศผลกำไรและประกาศว่า พวกเขาจะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นจำนวนเท่าไร โดยจะจ่ายปันผลให้ทุกไตรมาส และคุณสามารถดูการประกาศเหล่านี้ได้ตามปฏิทินเศรษฐกิจ

ต่อไปนี้ คือ ตัวเลขที่สำคัญบางส่วนที่ต้องพิจารณาเพื่อตัดสินว่าบริษัททำกำไรได้อย่างแท้จริงหรือไม่ และมูลค่าของหุ้นในความเป็นจริงอยู่ที่เท่าไร คุณสามารถดูตัวเลขเหล่านี้ทั้งหมดได้บนเว็บไซต์ออนไลน์ของบริษัทหรือจากเว็บข่าวตลาดต่าง ๆ

1. ผลกำไรต่อหุ้น (EPS)

ในบริษัททั่วไป สมมติว่าบริษัทมีกำไร $100 และหลักทรัพย์ 100 หุ้น ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถือหุ้นจำนวน 1 หุ้นจะได้รับกำไร $1 อย่างไรก็ตาม ในบริษัทบลูชิพขนาดใหญ่ไม่ได้ทำงานเรียบง่ายอย่างนี้ โดยมีรูปแบบหุ้นหลายประเภท รวมถึงหุ้นที่เรียกว่า บุริมสิทธิ (Preferred Stock) หรือหุ้นพรีเมี่ยม

ดังนั้น EPS ที่แท้จริง คือ จำนวนผลกำไรหลังจากชำระ “เงินปันผลคงที่” แล้วหารด้วยจำนวนหุ้นที่เหลือ

2. อัตราส่วนราคาต่อผลกำไร (P/E Ratio)

ตัวเลขนี้แสดงถึงราคา ณ ปัจจุบันของหุ้นโดยหารด้วยรายได้ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกว่า “trailing P/E” ในขณะที่ ราคาหุ้นในปัจจุบันของบริษัทที่หารด้วยประมาณการผลกำไรในอีก 12 เดือนข้างหน้าเรียกว่า “forward P/E”

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า P/E ของบริษัทนั้นดีจริง? ในที่นี้ไม่มีคำตอบง่าย ๆ เนื่องจาก P/E ที่สูงอาจแปลว่าหุ้นนั้นมีราคาสูงเกินจริงและอาจถึงจุดสูงสุด และ P/E ที่ต่ำอาจหมายถึงแนวโน้มที่ไม่ดีในอนาคต เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เราสามารถเข้าใจอย่างมั่นใจได้บางส่วนว่ามูลค่าของบริษัทอยู่ที่ระดับใดในขณะนี้ และสิ่งนี้จะช่วยในการกำหนดคำทำนายและกลยุทธ์ในการลงทุน

3. อัตราส่วนหนี้สินต่อผู้ถือหุ้น (D/E)

ตัวเลขนี้แสดงว่าบริษัทมีหนี้จำนวนเท่าไรเมื่อเทียบกับมูลค่ารวมของหุ้นทั้งหมด D/E ที่มีค่าสูงแสดงว่าบริษัทกำลังใช้งบในการขยายกิจการโดยมีสินเชื่อจำนวนมากและ/หรือมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทไม่เป็นไปตามอัตราสินเชื่อที่มีอยู่

นี่คือหนึ่งในเครื่องมือหลักที่ธนาคารใช้พิจารณาก่อนอนุมัติสินเชื่อให้กับบุคคลหรือบริษัท ดังนั้นคุณควรจะให้ความสนใจกับตัวเลขนี้ก่อนลงทุนในบริษัทที่มีตัวเลข D/E สูงเกินไป

4. ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)

ตัวเลขนี้แสดงให้นักลงทุนทราบว่า บริษัทมีการบริหารจัดการในการจัดสรรกำไรจากจำนวนเงินที่ได้ลงทุนไปอย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน การคำนวณอัตราส่วนมีดังนี้: รายได้สุทธิลบเงินปนผลแล้วหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น (มูลค่าหุ้น)

โดยทั่วไป หาก ROE ต่ำกว่า 10% ถือว่ามีผลการดำเนินงาน “ต่ำ” โดยมาตรฐานนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ 14% คือค่าเฉลี่ยสำหรับบริษัท S&P500 ดังนั้น ค่าที่ประมาณหรือสูงกว่าระดับดังกล่าวถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

การใช้ตัวเลขเหล่านี้ในการทำการตัดสินใจอาจมีความยุ่งยากซับซ้อนน้อยกว่าการทำความเข้าใจปัจจัยทั้งหมดที่นำไปสู่การคำนวณตัวเลขต่างหาก

สำหรับนักลงทุนระยะยาว บริษัทที่แสดงค่า EPS, P/E ratios, D/E และ ROE ที่ดีจะเอื้อต่อการตัดสินใจซื้อหุ้นเพื่อหวังการเติบโตของราคา แน่นอนว่ากำไรจากสัญญาการซื้อขายส่วนต่างราคา (CFDs) อย่างที่ใช้บน Olymp Trade อาจใช้เวลานานกว่าในการพัฒนา

อย่างไรก็ตาม ด้วยค่าคอมมิชชัน Roll-over (ค่าธรรมเนียมข้ามคืน) ที่ต่ำของ Olymp Trade และการใช้งานตัวคูณ นักลงทุนสามารถเลือกเส้นทางที่ค่อนข้างปลอดภัยในการทำกำไรจำนวนมาก

สำหรับนักลงทุนระยะสั้น การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณค้นหาโอกาสในการเปิดคำสั่งเทรดทั้งขึ้นและลง เช่น เมื่อ EPS ของบริษัทประกาศออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ ราคาหุ้นมักจะปรับลดลงในเวลาระยะสั้น

นี่หมายความว่า นักเทรดสามารถเปิดคำสั่งลงหลังการประกาศรายงาน ปิดคำสั่งเพื่อรับกำไร และเปิดคำสั่งขึ้นเพื่อทำรายได้จากการ “ดีดกลับ” ของราคาเนื่องจากหุ้นบลูชิพมักจะเป็นเทรนด์ขาขึ้นเกือบเสมอในระยะยาว

 

การเทรดหุ้นไม่ใช่แค่เรื่องของคนรวยเท่านั้น

การใช้ความรู้ที่คุณมีเกี่ยวกับหุ้นและการจับคู่ใช้งานกับแพล็ตฟอร์มการเทรดที่ให้บริการเครื่องมือระดับมืออาชีพให้คุณประสบความเร็จอย่าง Olymp Trade คุณจะสามารถเปลี่ยนจากการลงทุนแบบเล็กน้อยเป็นการใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายหรือการเกษียณอายุทางการเงิน

หัวใจสำคัญคือการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีให้บริการสำหรับคุณ และหมั่นพัฒนาทักษะในการเทรดอย่างสม่ำเสมอ แน่นอนว่าทั้งหมดไม่ใช่สิ่งสำคัญหากปราศจากแพล็ตฟอร์มที่ช่วยให้คุณเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่และสินทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมทั้งหมด

โชคดีที่ Olymp Trade ให้บริการการเข้าถึงทรัพยากรทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับคุณ ตลอดจนการฝึกอบรมมากมายเพื่อให้คุณได้พัฒนาทักษะของตนเอง เหลือสิ่งเดียวที่คุณต้องทำก็คือ เข้าร่วมวงกับคน “รวย” ที่เทรดหุ้นและสินทรัพย์ประวัติดี ๆ เหล่านี้

Related posts
© 2014 - 2020 Olymp Trade. All Rights Reserved.