การวิเคราะห์ทางเทคนิค

ดัชนี MACD (สำหรับมือใหม่)


ดัชนี MACD (การเบนเข้า/ออกของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) คือ ดัชนีที่ใช้งานในการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อให้ค่าประมาณและทำนายความผันผวนของราคาสินทรัพย์ ดัชนีนี้ได้รับการอธิบายเป็นครั้งแรกในหนังสือของนายเจอราลด์ แอพเพล เรื่อง “Systems and Forecasts” ในปี 1979 ต่อมานายธอมัส เอสเปรย์ ได้เพิ่มกราฟฮิสโตแกรมเข้ามาในดัชนี MACD เมื่อปี 1986

สัญญาณและจุดเข้าตำแหน่งต่างๆ


เนื่องด้วยดัชนีนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ ดัชนี MACD จึงให้ประเภทสัญญาณการเข้าตำแหน่งซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากตัวอื่น สัญญาณพื้นฐานของดัชนี MACD:

• การตัดผ่านเส้นสัญญาณ

• การตัดผ่านเส้นศูนย์

• การเบนออก

 

สัญญาณการตัดผ่านเส้น


สัญญาณนี้เป็นสัญญาณที่พบบ่อยและมีการใช้งานมากที่สุด สัญญาณนี้จะปรากฏเมื่อเส้น MACD ตัดผ่านเส้นสัญญาณ แน่นอนว่าประเภทของสัญญาณจะขึ้นอยู่กับลักษณะของการตัดผ่าน

• หากเส้น MACD ตัดผ่านเส้นสัญญาณจากล่างขึ้นบนก็จะเป็นสัญญาณกราฟขาขึ้น

• หากเส้น MACD ตัดผ่านเส้นสัญญาณจากบนลงล่างก็จะเป็นสัญญาณกราฟขาลง

กราฟฮิสโตแกรม MACD จะแสดงค่าเป็นศูนย์ในขณะที่กำลังแสดงค่าความต่างระหว่างเส้น MACD และเส้นสัญญาณของดัชนี

 

การตัดผ่านเส้นศูนย์ ช


เราสามารถได้รับสัญญาณสองประเภทจากเส้น MACD ในขณะที่เส้นตัดผ่านเส้นศูนย์ของดัชนี ดังนี้

เส้นดัชนี MACD ตัดผ่านเส้นศูนย์จากล่างขึ้นบนให้ถือว่าเป็นสัญญาณขาขึ้น

เส้นดัชนี MACD ตัดผ่านเส้นศูนย์จากบนลงล่างให้ถือว่าเป็นสัญญาณขาลง

 

การเบนออก


การเบนออกคือค่าความแตกต่างระหว่างทิศทางของดัชนีและกราฟราคา การเบนออกขาลงจะเกิดขึ้นเมื่อสินทรัพย์ปรากฏราคาสูงสุดที่สูงกว่าเดิมและเส้น MACD ปรากฏเส้นที่มีจุดสูงสุดต่ำกว่าเดิม ในทางกลับกัน การเบนออกขาขึ้นจะเกิดขึ้นเมื่อค่าที่ต่ำกว่าค่าต่ำสุดไม่ได้รับการสนับสนุนโดยค่าที่ต่ำกว่าต่ำสุดซึ่งปรากฏบนดัชนี MACD สัญญาณดังกล่าวเป็นสัญญาณปกติสำหรับออสซิลเลเตอร์ทั้งหมด รวมถึง MACD ตามกฎแล้ว การปรากฏตัวของกราฟที่เบนออกแสดงให้เห็นว่าเป็นจุดสิ้นสุดของการเคลื่อนที่ (การอ่อนตัวลงของเทรนด์) และอาจเกิดการปรับตัวอย่างรุนแรงหรือการกลับตัวของกราฟ และสำหรับกราฟอื่นๆ ส่วนใหญ่มีกฎกติกาที่นักเทรดควรจำก็คือ ยิ่งกรอบเวลาของกราฟราคานานเท่าใด สัญญาณจะยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

 

ข้อแนะนำ


การเบนออกของดัชนีไม่จำเป็นต้องอาศัยราคาสูงสุดหรือต่ำสุดในกรอบเวลาสองราคา อาจจะปรากฏสามราคาหรือมากกว่าก็ได้ ซึ่งหมายความว่าเราไม่สามารถระบุผตำแหน่งการกลับตัวของราคาด้วยวิธีนี้ได้ เทรนด์อาจจะไม่จำเป็นต้องกลับตัวเสมอไป เทรนด์อาจจะคงที่ก็ได้ ดังนั้น การเบนออกหรือการเบนเข้าอาจเป็นการแสดงให้เห็นถึงการอ่อนกำลังลงของเทรนด์เท่านั้น การเบนออกหรือการเบนเข้าสามารถช่วยยืนยันรูปแบบการวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น กราฟสองยอด หรือกราฟศีรษะและหัวไหล่ เป็นต้น

Related posts
การวิเคราะห์ทางเทคนิค

RSI: บทนำสู่ออสซิลเลเตอร์ (สำหรับมือใหม่)

ดัชนี Relative Strength Index คือหนึ่งในดัชนีที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ดัชนีนี้อยู่ในกลุ่มของออสซิลเลเตอร์เรียกว่าดัชนีโมเมนตัม
การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

กราฟดัชนี US Dollar

สำหรับนักเทรดส่วนใหญ่ Basic Dollar Index เป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม หากคุณทำความรู้จักกับเครื่องมือชนิดนี้ให้ดีขึ้น มันจะช่วยให้คุณทำความเข้าใจการเคลื่อนที่...
จิตวิทยา

“ผมไม่อยากหาเงินจากการเทรด” เราจะหาแรงจูงใจอีกครั้งได้อย่างไร?

ฝ่ายสนับสนุนการบริการของเราเคยได้รับข้อความว่า: "สวัสดีครับ โปรดลบบัญชีของผมด้วย เพราะผมไม่สามารถรับมือกับความเครียดได้อีกต่อไป ผมไม่อยากจะหาเงินจากการเทรด!"
การวิเคราะห์ทางเทคนิค

ดัชนี Bollinger Bands (สำหรับมือใหม่)

ดัชนี Bollinger Bands ("Bollinger Lines" หรือ BB) คือเครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีคุณสมบัติเป็นทั้งดัชนีเทรนด์และออสซิลเลเตอร์ ดัชนีนี้เป็นตัวชี้วัดช่วงการเปลี่ยนแปลงของราคา...
การวิเคราะห์ทางเทคนิค

Aroon ขึ้น & ลง

ดัชนี Aroon คือดัชนีที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อหาเทรนด์ตลาดและทิศทางการเคลื่อนที่ของราคา แก่นการทำงานของดัชนีนี้คือการหาและการแสดงค่าการเปลี่ยนแปลงในเทรนด์ตลาดไม่ว่าจะอ่อนค่าลงหรือแข็งค่า...
บล็อกบริษัท Olymp Trade อย่างเป็นทางการ