About Us

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit.

Aenean vulputate nisl arcu, non consequat risus vulputate sed. Nulla eu sapien condimentum nisi aliquet sodales non et diam. Duis blandit nunc semper rutrum congue. Phasellus sed lacus ut odio vehicula varius. Etiam iaculis feugiat tortor ac ornare.

Pivot point คือดัชนีทางเทคนิค ซึ่งทำหน้าที่ระบุจุดแนวโน้มการวกกลับของราคาสินทรัพย์

การกล่าวถึงการใช้งานดัชนีนี้ครั้งแรกปรากฏขึ้นเมื่อปี 1934 ต่อมาก็มีหลายดัชนี Pivot Points ที่ได้พัฒนาขึ้นมา แต่ทุกตัวล้วนทำงานด้วยหลักการของระดับแนวรับและแนวต้านเดียวกันทั้งสิ้น

ดัชนี้นี้คำนวณมาจากค่าเฉลี่ยของค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และราคาปิดตัวของสินทรัพย์ จุด Pivot Points ยังมีชื่อเรียกว่า “จุดอ้างอิง” “จุดเติบโต” “จุดสมดุล” อีกด้วย

จุดอ้างอิงได้รับการใช้งานเพื่อทำนายแนวโน้มระดับแนวรับและแนวต้านหลัก โดยใช้ระยะเวลาหลักได้แก่ วัน สัปดาห์ เดือน ปี
จุดอ้างอิงของเส้นแนวรับและแนวต้านและแกนกลางของ Pivot Point ช่วยให้สามารถระบุทิศทางของการเคลื่อนที่ของราคาสินทรัพย์โดยใช้การคำนวณเพียงเล็กน้อย

 

สูตร


 

PP = high + LOW + close / 3
R1 = 2 * PP – LOW
R2 = PP + high – LOW
R3 = 2 * PP + high – 2 * LOW
S1 = 2 * PP – HIGH
S2 = PP + LOW – HIGH
S3 = 2 * PP + LOW – 2 * HIGH,

โดยที่
PP คือ แกนกลาง
R คือ แนวต้าน
R1, R2, R3 คือ ระดับแนวต้านที่ 1, 2 และ 3
S คือ แนวรับ
S1, S2, S3 คือ ระดับแนวรับที่ 1, 2 และ 3
HIGH คือ ราคาสูงสุดของระยะเวลาที่อยู่ก่อนหน้าราคาที่กำหนดไว้
LOW คือ ราคาต่ำสุดของระยะเวลาที่อยู่ก่อนหน้าราคาที่กำหนดไว้
CLOSE คือ ราคาปิดตัวของระยะเวลาที่อยู่ก่อนหน้าราคาที่กำหนดไว้

ในที่นี้มีเคล็ดลับบางประการที่ง่ายต่อการจดจำและช่วยให้คุณทำการตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลขึ้นเมื่อเทรดกับ Pivot Points

หากราคาอยู่ที่ระดับ PP (pivot points) ให้คาดว่าราคาจะไปยังทิศทางที่ R1 หรือ S1
หากราคาอยู่ใกล้กับ S1 ให้คาดว่าราคาจะเคลื่อนที่ไปยัง S2 หรือกลับไปยัง PP
หากราคาคือ R2 ให้คาดว่าราคาจะเคลื่อนที่ไปยัง R3 หรือกลับไปยัง R1
หากราคาคือ S2 ให้คาดว่าราคาจะขยับไปยัง S3 หรือกลับไปที่ S1
หากไม่ปรากฏข่าวสำคัญใดๆ ที่อาจส่งผลต่อตลาด ราคาจะอยู่ในช่วง P ถึง S1 หรือ R1
หากมีข่าวสำคัญที่อาจส่งผลต่อตลาด ราคาอาจจะวิ่งผ่าน R1 หรือ S1 และขยับถึง R2 หรือ S2 และแม้แต่ R3 หรือ S3

R3 และ S3 คือดัชนีว่าด้วยขนาดการเคลื่อนที่สูงสุดที่เป็นไปได้ ในวันที่มีความผันผวนสูง แต่การขยับถึงระดับเหล่านี้ไม่ปรากฏขึ้นบ่อยครั้งนัก
เส้น Pivot ใช้งานได้ดีสำหรับการเคลื่อนที่แบบแนวราบ โดยราคาขยับขึ้นลงอยู่ใกล้บริเวณ R1 และ S1
เมื่อมีแนวโน้มที่มาแรง ราคาจะวิ่งทะลุเส้น pivot และขยับไปไกลขึ้นอีก

 

การตั้งค่าดัชนี


 

บนกราฟจากมุมมองการซื้อขาย ดัชนีนี้เรียกว่า Standard Reverse Points:

ในการตั้งค่าดัชนี คุณสามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้ โดยคุณสามารถลบค่าที่ตั้งไว้ก่อนหน้า เปลี่ยนระยะเวลาและรูปแบบการแสดงดัชนีระดับเหล่านี้

ลองใช้งานจริง

Related posts

การวิเคราะห์ทางเทคนิค, การศึกษา

ดัชนี MACD (สำหรับมือใหม่)

ดัชนี MACD (การเบนเข้า/ออกของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) คือ ดัชนีที่ใช้งานในการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อให้ค่าประมาณและทำนายความผันผวนของราคาสินทรัพย์
การจัดการเงิน

ไดอารี่ของนักลงทุน

หากคุณไม่สามารถทำกำไรและยังคงขาดทุนในตลาดอย่างต่อเนื่อง คุณควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีไดอารี่นักเทรดไว้ในครอบครอง นักเทรดมืออาชีพทุกคนสามารถยืนยันคำแนะนำนี้ได้
การวิเคราะห์ทางเทคนิค, การศึกษา

ดัชนี “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่”

ดัชนีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA) คือ ดัชนีเทรนด์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งเป็นดัชนีพื้นฐานในการใช้งานกลยุทธ์ต่างๆ โดยดัชนีนี้เป็นเส้นบนกราฟที่แสดงค่าเฉลี่ยของสินทรัพย์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
การวิเคราะห์ทางเทคนิค, การศึกษา

ช่องดอนเชี่ยน (Donchian Channel)

ช่องคู่ขนาน (Channel) คือหนึ่งในเครื่องมือแรกๆ ในการวิเคราะห์ตลาด นี่คือเหตุผลว่าทำไมกลยุทธ์การเทรดที่ใช้ช่องคู่ขนานนั้นได้รับความนิยมในหลายตลาดด้วยกัน ความแตกต่างระหว่างกลยุทธ์ช่องคู่ขนานทั้งหลายคือเทคนิคในการวาดช่องเหล่านี้ หนึ่งในกลยุทธ์ช่องคู่ขนานที่เรียบง่ายและน่าสนใจที่สุดคือกลยุทธ์ช่องคู่ขนานดอนเชี่ยน
การวิเคราะห์ทางเทคนิค, การศึกษา

กราฟ Kagi สำหรับมือใหม่

กราฟ Kagi (Jap. か ぎ 足) ใช้งานในการวิเคราะห์ทางเทคนิคในประเภทกราฟราคาสินทรัพย์ปัจจุบัน ซึ่งแสดงทิศทางการเปลี่ยนแปลงของราคาในรูปแบบชุดเส้นตรงที่มีความหนาที่แตกต่างกันไป โดยเชื่อมต่อโดยเส้นแนวนอนสั้นๆ ที่มีความยาวเดียวกัน
WordPress Theme built by Shufflehound.
© 2014 - 2019 Olymp Trade. All Rights Reserved.