การวิเคราะห์ทางเทคนิค

คู่มือนักเทรดกับการเทรดด้วยเทรนด์ไลน์

วิธีการใช้เส้นเทรนด์ไลน์ เส้นแนวนอน แนวตั้ง และอื่น ๆ บน Olymp Trade


เทรนด์ไลน์เป็นเครื่องมือการเทรดที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง แต่มักจะถูกเข้าใจผิดหรือมองข้ามบ่อย ๆ เส้นนี้เป็นประโยชน์สำหรับการเทรดโหมด Forex และ Fixed Time Trades เมื่อใช้เส้นต่าง ๆ ประกอบกันจะช่วยให้นักเทรดสามารถทำกำไรจากเทรนด์ในตลาดอย่างแม่นยำมากขึ้น และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในการเทรด

แม้ว่าเส้นเหล่านี้จะดูเรียบง่าย แต่บ่อยครั้งกลับถูกใช้งานผิด ๆ ทำให้นักเทรดทำการตัดสินใจที่ต้องเสียเงิน บ่อยครั้งเส้นเหล่านี้จะใช้ร่วมกับระดับแนวรับและแนวต้าน ซึ่งเป็นเส้นแนวนอนบ่งบอกระดับที่น่าสนใจ เส้นเหล่านี้จะช่วยให้เห็นความชัดเจนในพฤติกรรมของราคาสินทรัพย์

ด้วยความเรียบง่ายในการใช้งาน นักเทรดหลายคนมักจะนำมาใช้ประกอบในกราฟจนมีหน้าตาเช่นนี้ โดยใช้หลายเส้นมากเกินไปจนไม่ได้ประโยชน์อะไร

 

เทรนด์ไลน์คืออะไร?

เทรนด์ไลน์ (Trendlines) คือ เส้นระดับแนวรับและแนวต้านแบบลาดเอียง เส้นเหล่านี้ใช้วัดการเคลื่อนที่ของราคาสินทรัพย์ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง นักวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้ประโยชน์จากเทรนด์ไลน์เพื่อหาเทรนด์และกำลังของเทรนด์อย่างรวดเร็ว เส้นเทรนด์ไลน์มีสองประเภทด้วยกัน คือ:

  1. เทรนด์ไลน์กระทิง (Bullish Trendlines) – เส้นเทรนด์ลาดขึ้น

ราคาขยับขึ้นต่อเนื่อง ทำราคาสูงสุดที่ยกตัวขึ้น และราคาต่ำสุดที่ยกตัวขึ้นเช่นกัน จึงก่อตัวเป็นเทรนด์กระทิง เส้นเทรนด์กระทิงจะวาดด้านล่างการเคลื่อนที่ของราคา ทำหน้าที่เหมือนเป็นระดับแนวรับแบบลาดเอียงขึ้นโดยเชื่อมราคาต่ำสุดของแท่งเทียนอย่างน้อยสองแท่ง เส้นเหล่านี้ช่วยให้เห็นแรงซื้อขาขึ้นที่กำลังควบคุมตลาด

  1. เทรนด์ไลน์หมี – เส้นเทรนด์ลาดลง

ราคาขยับลงต่อเนื่อง ทำให้เกิดราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดที่ลดระดับลง จึงก่อตัวเป็นเทรนด์ขาลง เส้นเทรนด์หมีจะวาดเหนือการเคลื่อนที่ของราคา ทำหน้าที่เสมือนเป็นระดับแนวต้านแบบลาดเอียง โดยเส้นนี้จะวาดเชื่อมระหว่างราคาสูงสุดของแท่งเทียนสองแท่ง พื้นที่ของเส้นนี้เป็นเสมือนแรงกดดันจากการขายที่กำลังควบคุมตลาด

ยิ่งมีแท่งเทียนแตะเส้นเทรนด์จำนวนมากเท่าไร เทรนด์นั้นจะยิ่งมีกำลังแรงมากเท่านั้น เมื่อใช้ประกอบกับกลยุทธ์การเทรด เส้นเทรนด์ไลน์สามารถเป็นสัญญาณการเทรดที่น่าเชื่อถือได้

 

ระดับแนวรับ & แนวต้านคืออะไร?

เส้นแนวรับและแนวต้านกำหนดพื้นที่ที่สำคัญบนกราฟ ระดับเหล่านี้อาจแสดงเป็นเส้นแนวนอนหรือเส้นที่ลาดเอียงก็ได้

แนวรับ

เส้นแนวรับ (Support) แสดงถึงราคาต่ำสุดที่ตลาดยอมรับก่อนที่ฝั่งผู้ซื้อมักจะดันราคาขึ้นไป

แนวต้าน

เส้นแนวต้าน (Resistance) แสดงราคาสูงสุดที่ตลาดยอมรับก่อนที่ฝั่งผู้ขายมักจะกดราคาลงมา

เส้นเหล่านี้ช่วยให้นักเทรดเข้าใจการไหลเวียนของตลาดด เส้นแนวรับและแนวต้านแบบแนวนอนช่วยให้นักเทรดเห็นระดับสูงสุดและต่ำสุดที่ตลาดยอมรับได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเส้นเหล่านี้ถูกสร้างขึ้น นักเทรดมักจะส่งคำสั่งขายที่ราคาสูงสุดก่อนหน้า (ระดับแนวต้าน) และฝั่งผู้ซื้อจะทำในทางตรงกันข้าม คือ ส่งคำสั่งซื้อในที่ระดับแนวรับ (ระดับต่ำสุดก่อนหน้า)

บ่อยครั้งที่เทรนด์ไลน์ทำหน้าที่เป็นเส้นแนวรับและแนวต้าน และคำที่ใช้เรียกมักใช้แทนกันได้ทั้งสองแบบ

 

เทรนด์ไลน์ทำงานอย่างไร?

โดยหลักแล้ว เทรนด์ไลน์ คือ เส้นแนวรับและแนวต้านแบบลาดเอียง แต่เส้นนี้ยังแสดงถึงแรงซื้อที่กดดันของ “เทรนด์” เทรนด์ไลน์แตกต่างไปจากระดับแนวรับและแนวต้านตรงที่เทรนด์ไลน์แสดงกำลังของฝั่งผู้ซื้อในตลาดโดยเชื่อมโยงระหว่างจุดสูงสุดและต่ำสุดในเทรนด์ เพื่อแสดงถึงจุดที่ราคามักจะเคลื่อนที่ไปตามเทรนด์หรือสวนเทรนด์

 

วิธีการวาดเทรนด์ไลน์ – อย่างถูกต้อง

ไม่ว่าคุณกำลังมองหาวิธีการวาดเส้นแนวนอนหรือเทรนด์ไลน์แบบลาดเอียง ต่อไปนี้คือขั้นตอนในการเช็คให้แน่ใจว่าคุณได้วาดเส้นได้อย่างถูกต้อง

  1. ให้ความสนใจกับจุดแกว่งตัวที่สำคัญที่สุด – ความผันผวนเล็ก ๆ นั้นไม่สำคัญ
  2. วาดเชื่อมระหว่างจุดแกว่งตัวที่สำคัญอย่างน้อยสองจุด – ยิ่งมีจุดที่แตะถึงกันมากขึ้นจะยิ่งแม่นยำขึ้น
  3. ปรับเส้นเพื่อให้แตะจุดมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นส่วนช่วงตัวหรือไส้ของแท่งเทียน

ตัวอย่างมีดังนี้:

คุณสามารถวาดเส้นเทรนด์ไลน์ที่ขนานกันสองเส้นเพื่อหาพื้นที่บนกราฟของคุณ ในตัวอย่างนี้ เส้นที่สองคือระดับแนวต้านสำหรับกรอบที่สินทรัพย์เทรดอยู่ด้านในก่อนที่จะดีดขึ้นเป็นเทรนด์ขาขึ้นกำลังแรง

ราคาทดสอบระดับนี้สี่ครั้งก่อนที่จะตัดทะลุขึ้นไป

เส้นเทรนด์ไลน์แตกต่างไปจากเส้นแนวรับและแนวต้านแบบแนวนอนตรงที่จำเป็นจะต้องมีการปรับเส้น ด้วยเหตุนี้จึงมีเส้นลาดเอียงที่แตกต่างกันสองเส้นบนกราฟข้างต้น

การปรับเส้นอาจเกิดขึ้นได้ในทั้งสองทิศทาง และเทรนด์อาจเริ่มมีกำลังแรงจนนำไปสู่เส้นแท่งเทียนที่ยาวขึ้นและการลาดเอียงที่ชันขึ้น

ราคาสามารถตัดทะลุเทรนด์ไลน์และกลับมาที่เดิมได้ เทรนด์อาจกลับทิศทางหรือมีกำลังแรงขึ้น และเส้นชนิดนี้ช่วยให้นักเทรดเห็นผลลัพธ์ที่น่าจะเป็นไปได้

เส้นเทรนด์ไลน์ไม่ใช่วัตถุตายตัวบนกราฟ เส้นนี้สามารถตัดลงหรือทำให้เข้มขึ้นได้ เส้นนี้เป็นเครื่องมือแต่ก็ไม่ใช่สิ่งช่วยรับประกัน

 

เส้นแนวตั้ง

เส้นเหล่านี้ไม่ใช่เทรนด์ไลน์ แต่เป็นเส้นที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการเทรด เส้นนี้ช่วยเน้นรอบการซื้อขาย ทำให้นักเทรดหารูปทรงที่แตกต่างกันภายในแต่ละรอบ สามารถเน้นจุดวกกลับของเทรนด์ หรือจุดที่มีการประกาศข่าวสำคัญบนกราฟ เป็นต้น

 

เป็นมากกว่าเส้น – พื้นที่ความสนใจ

เส้นแนวรับ แนวต้าน หรือเส้นเทรนด์ใด ๆ ไม่ใช่เป็นแค่เส้นเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ ๆ หนึ่ง เมื่อกำหนดเทรนด์ไลน์ขึ้นมาแล้วมักจะมีส่วนที่แท่งเทียนขยับไปนอกเหนือเส้นดังกล่าว ส่วนนี้จะช่วยกำหนดพื้นที่ความสนใจ

พื้นที่นี้ช่วยให้นักเทรดรับทราบว่าบริเวณไหนที่จะมีพฤติกรรมราคาเกิดขึ้น พื้นที่ความสนใจนี้ยังมักใช้ในกลยุทธ์การเทรดมากมายในฐานะจุดเข้าและออกจากคำสั่งเทรด การทำความเข้าใจเล็กน้อยเกี่ยวกับจิตวิทยาการเทรดจะเป็นผลดีสำหรับนักเทรด

โปรดอย่าลืมว่า รายการเครื่องมือสำหรับการวาดเส้นเทรนด์ฉบับเต็ม รวมถึงเครื่องมือการวิเคราะห์กราฟอื่น ๆ สามารถพบได้ในส่วน “ตัวบ่งชี้” บนแพลตฟอร์ม Olymp Trade

 

วิธีการใช้งานเทรนด์ไลน์

เทรนด์ไลน์สามารถให้ข้อมูลมากกว่าแค่ว่าเทรนด์กำลังเป็นขาขึ้นหรือขาลง การปรับเส้นเทรนด์และวาดเส้นใหม่จะช่วยให้นักเทรดเห็นการเปลี่ยนแปลงในเทรนด์ตามเวลาที่เปลี่ยนไป

หากเทรนด์ไลน์เริ่มเรียบลง มีแนวโน้มที่เทรนด์กำลังขยับเข้าสู่กรอบราคา การใช้แนวรับและแนวต้านแบบแนวนอนจะช่วยติดตามช่วงราคาและเตรียมพร้อมสำหรับการตัดทะลุที่จะเกิดขึ้น

หากเทรนด์ไลน์ลาดชันขึ้น แปลว่าเทรนด์มีกำลังแรงขึ้น หรือในกรณีที่เกิดรูปแบบพาราโบลิก (ชันสูงมาก) ราคาสินทรัพย์อาจกำลังเข้าสู่จุดสูงสุดของการซื้อ

จดบันทึกสภาพเงื่อนไขในตลาดที่เปลี่ยนไปและปรับกลยุทธ์การเทรดของคุณให้สอดคล้องกัน การเทรดแบบเดียวกันในทุกสภาพตลาดจะนำพาไปสู่การขาดทุน

 

การเทรดด้วยเทรนด์ไลน์ – กลยุทธ์ง่าย ๆ

เทรนด์ไลน์อาจใช้ในการหาจุดเข้าและออกตำแหน่ง กลยุทธ์ง่าย ๆ นี้ใช้เส้นแนวนอนและเทรนด์ไลน์ควบคู่กัน

โอกาสการเทรดที่ดีที่สุดคือบริเวณใกล้เทรนด์ไลน์

หาเทรนด์และวาดเส้นเทรนด์ไลน์แบบลาดเอียง

หาระดับแนวรับและแนวต้านแนวนอน

บริเวณที่เส้นเทรนด์ไลน์ที่ลาดเอียงและเส้นแนวนอนตัดผ่านกัน คือ พื้นที่ความสนใจ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการเคลื่อนที่ของราคาอย่างมีนัยสำคัญที่จุดเหล่านี้

เมื่อราคาแตะจุดที่ตัดกัน ฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายมักจะเตรียมดันราคาครั้งใหญ่

ราคามักขยับตามเทรนด์อย่างมีแข็งแกร่ง

ในภาพหน้าจอด้านล่างนี้ เส้นแนวนอนสร้างกรอบสำหรับช่องราคาก่อนที่ราคาจะตัดทะลุสูงขึ้นต่อไป

ราคาทดสอบระดับแนวต้านสี่ครั้งก่อนที่จะตัดทะลุในครั้งที่ห้า การตัดทะลุนี้แสดงให้เห็นถึงแรงกำลังของเทรนด์ที่เกิดขึ้น เพราะราคาได้ตัดผ่านระดับแนวต้านดังกล่าวมาแล้วสองครั้ง ประกอบกับราคาสูงสุดที่ยกตัวนั้นแทบไม่ผ่านเส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้น จึงชี้ให้เห็นว่าเทรนด์ขาขึ้นกำลังสะสมพลัง


บทสรุป

เส้นเทรนด์ไลน์เป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังในคลังอาวุธของนักเทรด หาเทรนด์บนกราฟ หาระดับแนวรับและแนวต้าน และหาพื้นที่ความสนใจด้วยสารพัดข้อมูล

ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเหล่านี้ในกลยุทธ์การเทรดเพื่อให้การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีความแม่นยำมากขึ้น บทความนี้ยังไม่ครอบคลุมเรื่อง Fibonacci Levels หรือ Fans เพราะหัวข้อนี้คงต้องยกไปเป็นบทความแยกต่างหาก

ลองค่อย ๆ ใช้เวลาฝึกฝนและทำความเข้าใจการใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดจากเส้นเหล่านี้

Related posts
การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

คำคาดการณ์: เลือกหุ้นที่ดีที่สุดสำหรับครึ่งปีหลังของปี 2020

เราจะมาดูภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่มีศักยภาพมากที่สุดในการปิดฉากปีการซื้อขายที่ท้าทาย 2020 ปีนี้ ซึ่งเราจะไม่โฟกัสแค่หุ้นใดหุ้นหนึ่งเท่านั้น แต่จะพูดถึงกลุ่มหุ้นที่ให้โอกาสที่ดีมากที่สุ...
จิตวิทยา

หนังสือ 5 เล่มที่ต้องอ่านเกี่ยวกับจิตวิทยาในการเทรด

เราได้สอบถามนักเทรดผู้ประสบความสำเร็จบางท่านว่าหนังสือเล่มใดบ้างที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับอาชีพของพวกเขา หนังสือที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดอยู่ด้านล่างนี้
การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

วิตาลิก บูเทอริน และ Ethereum: 6 ข้อเท็จจริงที่ต้องทราบ

มีความสนใจใน Ethereum? เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับศักยภาพของเหรียญคริปโตนี้ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรดมัน
การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

บทวิเคราะห์หุ้น Amazon 2021

มาดูบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในด้านรายได้และมูลค่ารวมในตลาด บริษัท Amazon เราจะมาพูดคุยถึงข้อดีและข้อเสียของการลงทุนในหุ้น Amazon