การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

วิตาลิก บูเทอริน และ Ethereum: 6 ข้อเท็จจริงที่ต้องทราบ

รู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินคริปโตขนาดใหญ่ที่สุดอันดับและผู้สร้างเหรียญ


Ethereum คือ คริปโตเคอเรนซีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ทั้งในส่วนมูลค่ารวมในตลาด และปริมาณการซื้อขายในแต่ละวัน ในช่วงที่ผ่านมา เหรียญนี้พาดหัวข่าวบ่อยครั้งเนื่องด้วยการเติบโตที่ยอดเยี่ยม สร้างผลตอบแทนให้กับนักเทรดบางคนจำนวนมหาศาล

เริ่มเทรด ETH โดยใช้ แพลตฟอร์ม Olymp Trade? อ่านบทความนี้เพื่อรับทราบว่าใครคือผู้ก่อตั้งเหรียญนี้ เหรียญนี้มีอะไรพิเศษ และทำไมราคาของมันจึงพุ่งแรง

ด้านล่างนี้ คือ 6 ข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้เพื่อทำความเข้าใจ Ethereum และประเมินศักยภาพในการทำกำไรของมัน มาเริ่มต้นกันที่จุดกำเนิด

 

1. วิตาลิก บูเทอริน คือใคร?

วิตาลิก บูเทอริน คือ โปรแกรมเมอร์อัจฉริยะวัย 27 ปี จากรัสเซีย ผู้คิดค้นและร่วมก่อตั้ง Ethereum ตั้งแต่ปี 2014 เขาให้ความสนใจในเหรียญคริปโตตั้งแต่สมัยเขายังเป็นนักศึกษา และเคยทำงานเป็นหัวหน้าบรรณาธิการนิตยสาร Bitcoin อยู่ระยะหนึ่ง

ในจุด ๆ หนึ่ง นายบูเทอรินได้เริ่มค้นพบทางเลือกการใช้งานสำหรับ BTC เขาเชื่อว่าบล็อกเชนและเทคโนโลยีเบื้องหลังนี้มีศักยภาพที่ดีเยี่ยมมากไปกว่าการโอนเงิน แต่ในขณะนั้น นักพัฒนา Bitcoin ไม่ได้มีวิสัยทัศน์ร่วมกันกับเขา

จากนั้น นายวิตาลิกจึงร่วมทีมกับอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น โจเซฟ ลูบิน, กาวิน วูด, แอนโธนี ดีลอริโอ, และชาร์ลส์ โฮสกินสัน เพื่อสร้างเหรียญคริปโตเป็นของเขาเองที่จะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการชำระเงิน

ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม บูเทอรินได้รับการขนานนามให้เป็นเศรษฐีคริปโตอายุน้อยที่สุดในโลก เมื่อ BTC พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่าทึ่ง ตามมาด้วย ETH เขาได้บริจาคเงินมูลค่ากว่า $1 พันล้านเหรียญในรูปแบบเหรียญคริปโตสกุลต่าง ๆ เข้ากองทุนเยียวยาโควิดในอินเดีย นายวิตาลิกยังโอนเงินหลายล้านดอลลาร์ให้กับโครงการการกุศลที่เน้นด้านเทคโนโลยีหลายแห่ง

แต่อย่างที่เกิดขึ้นบ่อยในโลกคริปโต ตลาดดิ่งลงอย่างฉับพลันในวันเดียว ทำให้วิตาลิกต้องออกจากชมรมเศรษฐีพันล้าน หนึ่งในปัจจัยของแนวโน้มขาลงรอบนี้ คือ ความเห็นของ นายอีลอน มัสก์ ชื่อดัง เกี่ยวกับ BTC และมาตรการจำกัดของจีนในการใช้เงินคริปโต

 

2. ETH แตกต่างไปจาก Bitcoin อย่างไร

เพื่อไม่ลงลึกในรายละเอียดด้านเทคนิคมากเกินไป นักพัฒนา Bitcoin นำเสนอทางเลือกแบบกระจายศูนย์กลางที่แตกต่างไปจากระบบธนาคารดั้งเดิม ซึ่งดูช้า ไม่ปลอดภัย และมีความซับซ้อนสูง BTC ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้การส่งและรับเงินระหว่างผู้ใช้งาน 2 คน เป็นไปอย่างง่ายดาย สะดวก ปลอดภัย และส่งถึงกันได้ทั่วโลก หรือคุณอาจมอง BTC ว่าเป็นสกุลเงิน EUR หรือ USD ในลักษณะแบบไร้ศูนย์กลางก็ได้

บล็อกเชน Ethereum ทำหน้าที่สำหรับการออกเหรียญและแลกเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นมูลค่า รวมถึง การเป็นเจ้าของทรัพย์สินและสิทธิความเป็นเจ้าของ โดยแพลตฟอร์มใช้ระบบสมาร์ทคอนแทรค (smart contracts) ที่ดำเนินข้อตกลงทางดิจิทัลระหว่างสองฝ่ายด้วยตนเอง สกุลเงินในระบบ (ETH) ใช้ในการดำเนินธุรกรรมบนแพลตฟอร์ม Ethereum หรือเป็นสื่อกลางในการชำระเงินสำหรับสินค้าและบริการต่าง ๆ (หากผู้ให้บริการตกลง)

กล่าวโดยสรุป ETH เป็นเหรียญที่มีอายุน้อยกว่า รวดเร็วกว่า และมีแนวทางในการใช้ประโยชน์ในหลายภาคส่วนมากกว่า ทั้งด้านการเงิน ประกันภัย เกม สาธารณสุข อสังหาริมทรัพย์ และการลงคะแนนเสียง เหรียญนี้มีศักยภาพที่จะปฏิวัติวิธีการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและธุรกิจต่าง ๆ

 

3. ETH vs BTC: อะไรดีกว่ากัน?

มันเป็นเรื่องยากที่จะให้คำตอบว่าเหรียญไหนดีกว่ากัน เพราะคริปโตทั้งสองสกุลนี้แตกต่างกัน แต่ละเหรียญมีข้อดีและข้อเสียเป็นของตนเอง

Bitcoin ยังคงเป็นคริปโตเคอเรนซีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าราคาจะดิ่งลงในช่วงล่าสุด หมายความว่า BTC เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ไม่ยาก อีกหนึ่งข้อดีของ BTC คือ ปริมาณการออกเหรียญสูงสุดที่จำกัดทำให้เหรียญนี้มีภูมิต้านทานต่อภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งไม่มีทางที่เหรียญจะมีปริมาณมากกว่า 21,000,000 BTC และการขุดเหรียญก็ยากมากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับ ETH ปริมาณสูงสุดของเหรียญนี้ไม่จำกัดไว้โดยนักพัฒนา แม้ว่าพวกเขาสัญญาว่าการออกเหรียญจะชะลอตัวในระยะยาว ในทางกลับกัน Ethereum กำลังจะเปลี่ยนไปใช้กลไกการขุดเหรียญที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เรียกว่า Proof-of-Stake ซึ่งการปรับเปลี่ยนกลไกนี้คือส่วนสำคัญของแผนโรดแมป Ethereum 2.0

Bitcoin ไม่น่าจะออกจากกระบวนการ Proof-of-Work ซึ่งเป็นวิธีแบบเก่าที่ใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง ในปัจจุบัน การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญในการดึงดูดและรักษานักลงทุนรายใหญ่ นักเทรดคริปโตส่วนใหญ่เข้าใจสิ่งนี้ดีจากทวีตข้อความไม่นานมานี้ ของ นายอีลอน มัสก์ ซึ่งทำให้ราคา BTC ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

 

4. Ethereum 2.0 มีความหมายอะไรสำหรับผู้ใช้งาน & นักลงทุน

Ethereum 2.0 (Eth 2.0, Serenity) เป็นคำเรียกที่ได้ยินบ่อยอยู่ระยะหนึ่ง คำนี้หมายถึงการอัปเกรดครั้งสำคัญที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างพื้นฐานของการออกแบบเครือข่าย Ethereum 2.0 ซึ่งจะต้องเป็นทางออกของอุปสรรคสำคัญของแพลตฟอร์ม

เล่าย่อ ๆ ก็คือ ระบบที่อัปเกรดขึ้นนี้คาดว่าจะต้องมีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และยั่งยืน ทางออกที่ซับซ้อนนี้เรียกว่า “sharding” จะทำให้เครือข่ายสามารถรองรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นได้ (เช่น ดำเนินธุรกรรมต่อวินาทีได้เพิ่มขึ้น)

กลไกการขุดแบบ Proof-of-Stake (PoS) ทำให้ธุรกรรมเป็นกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แทนที่จะเสียพลังงานกระแสไฟฟ้าและต้องพึ่งพาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ราคาแพง กลไกนี้จะทำให้เงิน ETH บางส่วนถูกล็อกอยู่ในเครือข่าย ยิ่งคุณวางเงิน (ฝากเงินประกัน) ไว้มากเท่าไร คุณก็จะยิ่งเป็นเจ้าของ “อำนาจในการขุดเหรียญ” มากขึ้นเท่านั้น

นักลงทุน ETH ควรจับตามองโรดแมปนี้อย่างใกล้ชิด หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้จะถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ความล้มเหลวครั้งใหญ่หรือความล่าช้าใด ๆ จะส่งผลในทางลบต่อราคาเหรียญนี้

 

5. ทำไม ETH ถึงพุ่งขึ้นในช่วงหลังนี้

อีกไม่นาน มูลค่ารวมตามราคาตลาดของ Ethereum จะขยับถึงครึ่งล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาของเหรียญคริปโตนี้ทำระดับนิวไฮมาแล้วหลายครั้ง นับว่าเป็นเรื่องน่าทึ่งสำหรับนักเทรดและนักลงทุนหลายราย

เหตุผลหลักเบื้องหลังการทะยานขึ้นครั้งนี้ คือ ความสนใจที่เพิ่มขึ้นใน Decentralized Finance (DeFi) หรือ ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์กลาง และ Non-Fungible Tokens (NFT) หรือเหรียญที่มีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งสองนวัตกรรมนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีของ Ethereum เช่น dApps (Decentralized Applications) และสมาร์ทคอนแทรค

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ คือ การเข้ามาของนักลงทุนรายสถาบัน ปริมาณเงินที่ไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากนั้นเป็นสัญญาณที่ดีเสมอ

 

6. ETH เป็นการลงทุนที่ดีในปี 2021 หรือไม่?

แม้ว่าการทะยานขึ้นอย่างน่าประทับใจนี้จะตามมาด้วยการแห่ขายและดิ่งลงของราคาอย่างไม่คาดคิด เรายังคงเชื่อว่า Ethereum เป็นสินทรัพย์ที่ดีสำหรับทั้งถือไว้และการเทรด เพราะราคาเหรียญนี้ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 จนกระทั่งราคาดิ่งลงล่าสุด ซึ่งไม่มีเหรียญคริปโตใดที่รอดจากแนวโน้มขาลงดังกล่าว

ยังมีข่าวที่ดีเยี่ยมที่ช่วยเพิ่มมูลค่า ETH อีกข่าวหนึ่ง คือ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2021 ธนาคารเพื่อการลงทุนยุโรป (EIB) ได้ออกพันธบัตรดิจิทัลที่ทำงานบนบล็อกเชน Ethereum ด้วยความสนับสนุนจาก Goldman Sachs, Santander, และ Societe Generale หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ โครงการอื่น ๆ อาจเดินตามตัวอย่างนี้ นายวิตาลิก บูเทอริน มั่นใจว่าเวลานั้นจะมาถึงเมื่อมูลค่าของ ETH และราคามีเสถียรภาพมากขึ้น และมีความอ่อนไหวลดลงต่อข้อความของเหล่าผู้มีอิทธิพล

จนกว่าจะถึงเวลานั้น สิ่งแรกที่ต้องตระหนักให้ดีก็คือ ETH เป็นเหรียญที่มีความผันผวนสูงอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับเหรียญคริปโตยอดนิยมอื่น ๆ ในขณะที่คุณสมบัตินี้อาจทำให้นักลงทุนแนวอนุรักษ์นิยมหลายคนรู้สึกหวาดกลัว แต่เหรียญนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมในการซื้อและขายสำหรับนักเทรดอีกหลายคน โดยเฉพาะหากคุณสามารถยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับสูง และสามารถควบคุมอารมณ์ FOMO (Fear Of Missing Out หรืออารมณ์กลัวตกรถ) ได้เป็นอย่างดี

ตลาดคริปโตเป็นตลาดที่ค่อนข้างเล็กและอ่อนไหว ดังนั้น คุณสามารถคาดการณ์ผลกำไรที่สูงกว่าเฉลี่ยจากข่าวทั้งในทางบวกและลบ นักเทรดตามฤดูกาลหลายท่านได้ใช้โอกาสดี ๆ เช่นนี้ในการทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคาครั้งล่าสุด

ไปที่แพลตฟอร์ม Olymp Trade เพื่อฉวยโอกาสจากความผันผวนของราคา Ethereum คุณสามารถเทรดคริปโตนี้ได้ในโหมด FTT หรือ Forex โดยขึ้นอยู่กับความชอบของคุณ

Related posts
การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

การแตกพาร์หุ้น Apple & Tesla: สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้

รายละเอียดที่สำคัญทั้งหมดของการแตกพาร์หุ้น Apple 4:1 และ Tesla ที่ 5:1 ตลอดจนกลไก ที่มาที่ไป ความท้าทาย และโอกาส โดยเฉพาะบทบาทของการแตกพาร์ที่จะส่งผลต่อการเทรดบนแพล็ตฟอร์ม Olymp Tr...
การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

ปฏิทินเศรษฐกิจคืออะไรและมีไว้สำหรับอะไร?

ปฏิทินเศรษฐกิจคือเครื่องมือที่มีประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับนักเทรด ปฏิทินนี้คืออะไรและช่วยเหลือนักเทรดได้อย่างไร?
การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

Earnings Season: คืออะไร และใช้ในการเทรดอย่างไร

Earnings seasons คือ ช่วงเวลาที่เป็นที่จับตามองมากที่สุดสำหรับทั้งนักลงทุนและนักเทรด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในตลาดให้โอกาสสำหรับการทำกำไร
การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

วิกฤติเศรษฐกิจโลก: บทรีวิวจากผู้เชี่ยวชาญ Olymp Trade

ทำไมวิกฤติถึงเกิดขึ้น? ชัยชนะของ COVID-19 และทรัมป์เหนือธนาคารเฟดฯ มีความเกี่ยวข้องอย่างไร? เราจะคาดการณ์อะไรได้บ้างจากเศรษฐกิจและบิทคอยน์? อ่านบทความฉบับนี้เพื่อหาคำตอบ
จิตวิทยา

เราจะเอาชนะความเร่งรีบได้อย่างไร? กฎเวลา 15 นาที

การซื้อขายดีๆ อาจไม่มาหาเราโดยทันที โอกาสในการทำการซื้อขายล้วนขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ สไตล์การเทรด สถานการณ์ในตลาด และปัจจัยอื่นๆ หลายประการ
บล็อกบริษัท Olymp Trade อย่างเป็นทางการ