การจัดการเงิน

วิธีการวัดโอกาสความสำเร็จ ระบบสไตล์นักเทรดอเมริกัน


อันดับแรก ลองถามตัวเองว่าคุณมั่นใจกับผลลัพธ์การซื้อขายที่จะเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน? หากคุณใช้กลยุทธ์ที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลอย่างต่อเนื่องและนี่ไม่ใช่การเทรดในตลาดครั้งแรกของคุณ ก็เป็นไปได้ว่าคำตอบต่อคำถามดังกล่าวจะออกมาในทางที่ดี

และการมีความมั่นใจในตนเองก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด แถมยังเป็นประโยชน์ทั้งในชีวิตประจำวันในการทำธุรกิจอีกด้วย เพราะการมีความมั่นใจในตนเองหมายความว่าสภาพภายในจิตใจและอารมณ์ของคุณมีความสมดุลอย่างมั่นคง และพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง  

แต่ก็ต้องไม่ใช่การมั่นใจในตนเองถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม โดยเฉพาะในตลาดการเงินแห่งนี้

 

ความมั่นใจและความน่าจะเป็น 


คุณจะเห็นได้ว่าธนาคารขนาดใหญ่ก็ล้มละลายหรือแม้แต่ความขัดแย้งทางทหารก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ หรือสหประชาชาติอาจจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศบางประเทศเมื่อใดก็ได้ ปัจจัยทั้งหมดทั้งปวงนี้สามารถส่งผลกระทบต่อคำทำนายของคุณและนำไปสู่ผลที่ตามมาอันไม่พึงประสงค์

ในชีวิตประจำวัน เรามักพูดถึงความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่างๆ ว่าน่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ และถ้าหากคุณไม่พิจารณาความน่าจะเป็นในตลาดดังกล่าว คุณกำลังทำข้อผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะว่าการเทรดก็ไม่ต่างอะไรจากการทำงานที่รับมือกับโอกาสความน่าจะเป็น

 

สองดีกว่าหนึ่ง


สมมติว่านักเทรดใช้งานดัชนีทางเทคนิค ได้แก่ Stochastic กับดัชนี RSI ดัชนีทั้งสองตัวนี้ทำหน้าที่หลักเป็นออสซิลเลเตอร์ให้สัญญาณนักเทรดว่าตลาดกำลังอยู่ในสถานะที่มีการซื้อหรือการขายมากเกินไป

แต่ทำไมเราถึงไม่ควรเชื่อสัญญาณจากดัชนีเพียงแค่ตัวเดียว? จริงๆ แล้วนักเทรดจะพยายามเพิ่มโอกาสความน่าจะเป็นในการทำธุรกรรมอย่างประสบความสำเร็จ ดังนั้น หากนักเทรดรอสัญญาณยืนยันที่ตอบสนองกันจากอัลกอริทึมสองตัวก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานตามความคาดหมาย

 

การกำหนดหลักเกณฑ์


อย่างไรก็ตาม คุณก็ไม่ควรพยายามมากเกินความพอดีโดยการใช้งานระบบการวิเคราะห์เป็นหลายๆ ร้อยระบบหรือดัชนีในเวลาเดียวกัน ในที่นี้ ระบบการประเมินคะแนนการซื้อขายเป็นระบบที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในบรรดานักเทรดชาวอเมริกัน ซึ่งระบบนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสการซื้อขายอย่างประสบความสำเร็จ

เพื่อเป็นการทำตามระบบดังกล่าว เราจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์อย่างน้อย 2-3 ข้อ (สำหรับมืออาชีพในการวิเคราะห์ทางเทคนิคอาจกำหนดหลักเกณฑ์ได้ถึง 7-9 ประการ) ในการประเมินแนวทางในการเทรด

 

การนับคะแนน


ตัวเลขดัชนี แหล่งการวิเคราะห์ต่างๆ (ตัวอย่างเช่น สัญญาณสำหรับผู้ใช้งานระดับวีไอพีบนแพล็ตฟอร์ม) การก่อตัวของกราฟ รูปทรงกราฟแท่งเทียน โดยการก่อตัวของเทรนด์อาจเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์ เป็นต้น ในกรณีนี้ นักเทรดควรเลือกหลักเกณฑ์ทั้งหมดจากการวิเคราะห์จากแต่ละประเภทที่แตกต่างกัน ,

หลักเกณฑ์แต่ละตัวจะต้องให้คะแนนเสียงว่า “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” กับธุรกรรมดังกล่าว ยิ่งได้คะแนนเสียงเห็นด้วยเท่าใด ก็จะได้คะแนนมากเท่านั้น และยิ่งคุณได้คะแนนมากเท่าใด โอกาสที่ธุรกรรมดังกล่าวจะประสบความสำเร็จก็สูงขึ้นตามไปด้วย

 

ระดับขั้นต่ำ


สมมติว่าเราได้เลือกดัชนีต่างๆ สามตัวเป็นหลักเกณฑ์ หนึ่งในดัชนีทั้งสามตัวนี้ให้สัญญาณว่าเราควรซื้อ และดัชนีตัวอื่นๆ ก็ให้สัญญาณยืนยันดัชนีตัวแรกเช่นกัน ดังนั้น เราก็จะคิดคะแนนได้ทั้งหมด 3 คะแนนซึ่งเป็นคะแนนสูงสุด และเราก็ควรทำการซื้อขายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลายครั้งที่นักเทรดอาจไม่ต้องการรอจนกว่าจะได้รับสัญญาณยืนยันมากที่สุดและยังคงทำการซื้อขายแม้จะมีคะแนนตามหลักเกณฑ์ที่ต่ำ ซึ่งการซื้อขายเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่นักเทรดก็ควรตั้งหลักประกันขั้นต่ำเป็นของตนเอง เช่น จะต้องมีคะแนน 3 คะแนนจากหลักเกณฑ์ทั้งหมด 5 ประการ หรือ จาก 2 ใน 3 เพื่อทำการซื้อขาย เป็นต้น

ทั้งนี้ ควรคำนึงว่าจากสถิติการใช้งานเทคนิคนี้ การกำหนดระดับขั้นต่ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงให้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

ใช้โอกาสความน่าจะเป็นและอย่าอาศัยเพียงโชคลาภเพียงอย่างเดียว ตัวคุณเองจะทำหน้าที่เป็นกุญแจสู่ระบบการเทรดตามแบบฉบับของตนเองที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในที่สุด!

Related posts
© 2014 - 2020 Olymp Trade. All Rights Reserved.