การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน

กลยุทธ์เพื่อการเทรดอย่างทำกำไรในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ

นักเทรดควรมองหาอะไรในช่วง COVID-19


Covid 19 และวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ปรากฏขึ้นในปีนี้นำมาซึ่งความท้าทายที่สำคัญสำหรับธุรกิจและนักเทรดในทุก ๆ ประเทศ นอกจากนี้ บริษัทหลายล้านแห่งล้วนได้รับผลกระทบในส่วนยอดขาย ผลกำไรเงินเดือน และการบริหารหนี้สิน

การปิดประเทศ การขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเครื่องมือที่สำคัญต่าง ๆ ตลอดจนสายการผลิตปกติทั่วไปที่ต้องหยุดชะงักทำให้นักเทรด ทั้งมือใหม่และผู้มีประสบการณ์ต่างต้องปรับใช้กลยุทธ์การเทรดของตนในช่วงโรคระบาดนี้

การวิเคราะห์ตำแหน่งที่จะเปิดเทรดอย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าหมายว่าตลาดกำลังให้ความสำคัญกับอะไร และการตัดสินใจว่าควรเชื่อข่าวและเทรดตามข่าวไหน ล้วนเป็นปัจจัยที่กลายเป็นปัญหาในช่วงวิกฤติ และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น คือ ความเสี่ยงของการเกิด “คลื่นระลอกที่สอง” หลังจากหลายประเทศเริ่มยกเลิกมาตรการกักกันโรคและพยายามกลับคืนสู่ภาวะปกติ

ไม่มีใครต้องการที่จะเพิกเฉยต่อความรุนแรงของวิกฤติ COVID-19 และผลที่ตามมา อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักเทรด เราจำเป็นจะต้องหาวิธีการพลิกวิกฤติที่เลวร้ายให้กลายเป็นสถานการณ์ที่ทำกำไรเพื่อรักษาชีวิตความเป็นอยู่และไปให้ถึงเป้าหมายทางการเงินของเรา

เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น เราได้รวบรวมกลยุทธ์ส่วนหนึ่งเพื่อการเทรดอย่างทำกำไร โดยการศึกษาว่าตลาดใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส

 

กรองข่าวของคุณ

ข่าวเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา COVID-19 และชื่อที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ นั้นไม่เท่ากัน เราทุกคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับ “ข่าวปลอม” มามากพอในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ และคงเข้าใจได้ว่า ข้อมูลที่เราได้รับอาจจะไม่ถูกต้องแม่นยำเสมอไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญมากยิ่งกว่า คือ การทำความเข้าใจว่าข่าวบางข่าวมีความสำคัญมากกว่าข่าวอื่น ๆ ในการเทรดช่วงวิกฤตินี้

ในขณะที่เราอาจจะให้ความสนใจกับรายงานข่าวผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในอินเดีย รัสเซีย หรือไม่ว่าจะที่แห่งไหนที่คุณอาศัยอยู่ ความจริงที่ชัดเจนก็คือ ตลาดแทบไม่สนใจเกี่ยวกับพื้นที่ส่วนใหญ่เหล่านี้ สถานที่สำคัญสองแห่งที่ต้องจับตามองเกี่ยวกับข่าวไวรัส ได้แก่ สหรัฐฯ และจีน ตามมาด้วยสถานการณ์ในอียู ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ต่อไปนี้คือแหล่งข่าวที่จะส่งผลต่อตลาดอย่างแน่นอนเมื่อมีการประกาศข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ไม่ว่าจะเป็น อัตราผู้เสียชีวิต ความกังวล และแม้แต่รายงานข่าวในแง่บวก:

1. องค์การอนามัยโลก (WHO) — แม้ว่าองค์กรนี้จะมีความล้มเหลวอย่างชัดเจนทั้งในช่วงก่อนและระหว่างการแพร่ระบาด เมื่อมีการประกาศรายงานจากองค์กรนี้ ตลาดจะรับฟัง

2. ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) — เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องแนวทางการรับมือโรคเช่นกัน แต่นโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในช่วงการแพร่ระบาดนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับจำนวนตัวเลขและข้อมูลที่ประกาศออกมาโดยองค์กรนี้

3. การประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลจีนใด ๆ ที่เป็นข่าวลบเกี่ยวกับไวรัสในประเทศ หากข่าวที่ประกาศออกมานั้นเลวร้ายมากที่รัฐบาลจีนยอมรับจริง ข่าวนั้นก็ย่อมควรให้ความสำคัญ

อย่าเชื่อในคำกล่าวหาของสื่อตะวันตกเกี่ยวกับตัวเลขผู้ติดเชื้อในจีน แม้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม มันไม่มีผลต่อตลาด

4. ข้อตกลงอย่างเป็นทางการที่ประกาศโดย OPEC+ เกี่ยวกับการจำกัดปริมาณการผลิตโดยสมาชิกภาคี โดยจะอธิบายเพิ่มเติมในส่วนถัดไป

 

ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับ “เครื่องยนต์” ทางเศรษฐกิจ

“เครื่องยนต์” ทางเศรษฐกิจจากการสนับสนุนของสภาพเศรษฐกิจโดยรวม นักเทรดผู้มีประสบการณ์จะรู้จักสิ่งนี้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงจับตาดูปฏิทินเศรษฐกิจตลอดปี ไม่ว่าจะมีไวรัส COVID-19 หรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญมากยิ่งกว่าคือการจับตามองรายการดัชนีเหล่านี้ และคุณจะเป็นต่อในการเทรดในช่วงวิกฤติ และในช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ภาวะปกติ

1. ระดับการกักเก็บน้ำมัน น้ำมันคือวัตถุดิบสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ในแต่ละสัปดาห์ สหรัฐฯ จะประกาศปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในประเทศ ข่าวนี้มีความสำคัญ เพราะสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีการอุปโภคน้ำมันมากที่สุดในโลก ตามมาด้วยจีนเป็นอันดับที่สอง

หากปริมาณน้ำมันที่กักเก็บเพิ่มขึ้นหรือเท่าเดิม หมายความว่า ภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคของสหรัฐฯ ไม่ได้พัฒนาขึ้น ซึ่งแปลว่ายอดขายลดลงในทุกสิ่งอย่างและไม่ใช่เฉพาะน้ำมัน

2. สถิติการผลิตของจีน หากสหรัฐฯ เป็นประเทศผู้ซื้อ สินค้าส่วนใหญ่นั้นผลิตขึ้นในจีน และจีนจะต้องใช้ทรัพยากรในการผลิต แต่จะไม่มีการผลิตหากสหรัฐฯ ไม่มีคำสั่งซื้อ

ความสัมพันธ์ที่พึ่งพากันและกันนี้มักทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มตัวเลขก่อนเสมอ และมีความเป็นไปได้ที่จีนจะเริ่มเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจก่อนสหรัฐฯ

3. สถิติการว่างงานของสหรัฐฯ เศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุด คือ การที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องตกงาน และเมื่อมีปริมาณการซื้อลดลง โลกจึงผลิตลดลง

แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะพยายามใช้มาตรการช่วยเหลือ ข้อเท็จจริงก็คือ ชาวอเมริกันไม่สามารถทำเงินได้มากเท่าที่ควร เมื่อไรที่หรือถ้าตัวเลขอัตราการว่างงานเปลี่ยนแปลง นี่จะเป็นโอกาสในการเทรดตามรายงานดังกล่าว

 

พี่ใหญ่ 3 ตลาด — ตลาดที่ควบคุมสถานการณ์โดยรวม

ข้อมูลในส่วนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักลงทุนผู้มีประสบการณ์ แต่ควรจะกล่าวถึงอีกครั้งสำหรับทุกท่านที่กำลังประเมินวิธีการทำงานในตลาดในปัจจุบัน และหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์

น้ำมัน Brent, ทองคำ และดัชนี S&P 500 — สินทรัพย์สามชนิดนี้ให้ภาพที่สำคัญมากที่สุดว่าอะไรกำลังเกิดในตลาดรอบโลก และผู้เล่นรายใหญ่ทั้งหลาย (สถาบันการเงิน กองทุนขนาดยักษ์ ฯลฯ) ประเมินสภาวะปัจจุบันอย่างไร

น้ำมัน Brent — เราได้อธิบายแล้วว่า น้ำมันคือเชื้อเพลิงของกิจกรรมทางพาณิชย์และเศรษฐกิจ น้ำมันเบรนท์คือน้ำมันเกรดที่มีการซื้อขายมากที่สุดรอบโลก นอกจากนี้ยังมีน้ำมันเกรดอื่น ๆ ได้แก่ เกรดกลางของเท็กซัสตะวันตก (สหรัฐฯ) และเกรดของอูรัล (รัสเซีย) แต่น้ำมันเบรนท์มีอิทธิพลต่อตลาดรอบโลกมากที่สุด

หากราคาน้ำมันเบรนท์เพิ่มขึ้น หมายความว่า ความต้องการในน้ำมันทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้น และดังนั้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจจึงเพิ่มขึ้นเช่นกัน สิ่งนี้ส่งผลต่อยอดขายและผลกำไรของบริษัทเกือบทุกบริษัท หากฟังดูเป็นเรื่องใหญ่และมีอิทธิพลมาก ก็เพราะว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ด้วยเหตุนี้เอง สงครามในตะวันออกกลางจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับทุกคน

ทองคำ — เมื่อหายนะทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นและประเทศประสบกับภาวะเงินเฟ้อครั้งใหญ่ หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เช่น สงคราม นักลงทุนรายใหญ่ทั่วโลกจะซื้อทองคำ เหตุผลก็คือ ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่สะสมมูลค่าและก็เป็นตามนั้น แม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปีและมีระบบเศรษฐกิจและการเมืองหมุนเวียนหลายระบบ ทองคำมีมูลค่าของมันเสมอ

หากนักลงทุนมหาเศรษฐีซื้อทองคำและราคาทองคำปรับขึ้น นี่จะไม่ใช่สัญญาณที่ดีต่อตลาด ลองดูกราฟราคาทองคำตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2019 จนถึงปัจจุบัน แล้วคุณจะเห็นสิ่งที่เรากำลังพูดถึง

S&P 500 — ดัชนีหุ้นของสหรัฐฯ นี้ช่วยให้นักเทรดของเราเข้าใจภาพรวมของสภาวะทางเศรษฐกิจของบริษัทที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก หากคุณมีความสนใจว่านักลงทุนประเมินภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างไร ลองดูที่ดัชนี S&P

เนื่องจากในดัชนี S&P มีตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย นักเทรดจึงเห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่าสถานการณ์กำลังเป็นอย่างไร และสามารถทำการตัดสินใจในการเทรดได้อย่างรอบคอบ หากนักลงทุนขนาดใหญ่เล็งเห็นว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับ COVID-19 พวกเขาจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ ซึ่งจะปรากฏให้เห็นในดัชนี S&P 500

 

ก้าวไปข้างหน้าและเทรดอย่างมั่นใจ

การทำกำไรในบรรยากาศตลาดในปัจจุบัน นักเทรดจะต้องติดตามข่าวด่วนจากแหล่งที่มาที่ระบุข้างต้น จับตามองดัชนีที่เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ และทำความเข้าใจว่าเงิน “ก้อนใหญ่” นั้นเล่นอย่างไร เพราะว่าพวกเขาจะทราบอยู่แล้วเกี่ยวกับปัจจัยสองประการแรก

เรามีทัศนคติที่ดี โดยมองว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 อย่างรวดเร็ว แต่เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมที่จะทำกำไรได้หากมีการปรับตัวลงใด ๆ โชคดีที่การเทรดอนุญาตให้เราทำรายได้ที่ดีได้ไม่ว่าสถานการณ์ตลาดจะเป็นอย่างไร หากเรามีความขยันและมีความพร้อม

Related posts
© 2014 - 2020 Olymp Trade. All Rights Reserved.